ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนังกันน้ำใน ต.ลานบ่า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ถูกแม่น้ำป่าสัก ที่ไหลลงมาจากเขตเทศบาล ซัดพังเสียหาย และใช้เวลาซ่อมแซมนานกว่า 15 ชั่วโมง กว่าจะสามารถอุดรอยรั่วได้ ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ยิ่งทำให้น้ำจากพื้นที่ตอนบนไหล่เอ่อท่วมพื้นที่ตำบลลานบ่า และตำบลบุ่งคล้า ซึ่งจุดรับน้ำส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่าน้ำท่วมบ้านเรือน
ทั้งนี้ พนังกั้นน้ำในพื้นที่ตำบลลานบ่า บ้านจางวาง ถูกน้ำลักเข้าท่วมจนพนังกั้นน้ำพังเสียหายยาวประมาณ 15-20 เมตร โดยพนังพังเสียหายตั้งแต่ช่วงตี 1 และเพิ่งสามารถใช้บิ๊กแบ็กมาอุดรอยรั่วได้เมื่อช่วง 16.00 น. ที่ผ่านมา จุดนี้รับน้ำจาก 3 พื้นที่ คือ น้ำพุง น้ำป่าสัก และน้ำจากห้วยขอนแก่น โดย ปลัดอบต.ลานบ่าระบุว่า พนังกั้นน้ำที่พังเสียหายส่งผลกระทบกับชาวบ้านกว่า 80 หลังคาเรือน ส่วนที่ ต.ปากดุกน้ำท่วมสูงตั้งแต่ในช่วงเช้า ระดับน้ำเพิ่งจะลดลงเมื่อบ่ายที่ผ่านมา โดยน้ำเอ่อท่วมบ้านของชาวบ้านที่อยู่ริมน้ำป่าสัก
ส่วนภาพวงจรปิดในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปากดุก บางส่วนเวลาตั้งแต่เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมาจนถึงเที่ยงวันนี้ จะเห็นว่าระดับน้ำเข้าท่วมพื้นที่ต่อเนื่อง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลปากดุก มั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วม
ความเสียหายที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปากดุก แม้ว่าจะพยายามป้องกันแล้วแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถป้องกันไว้ได้ โดยเมื่อวานทางโรงพยาบาลนำฟิวเจอร์บอร์ดมากั้นปิดทางน้ำ แต่อย่างที่เห็นว่าประตูไม้อัดมีร่องรอยผุพัง ทำให้วันนี้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่
ขณะที่ ทางเชื่อมจากต.ปากดุก ไปที่ต.ลานบ่อ ถนนหลังโรงพยาบาลชำรุดไม่สามารถใช้งานได้ เพราะน้ำป่าสักเอ่อท่วมพื้นที่ที่ต่ำกว่า โดยเฉพาะพื้นที่ทางการเกษตร ที่ขณะนี้ได้รับความเสียหายหนัก แต่สิ่งที่ชาวบ้านกังวลมากที่สุดสำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ คือ พื้นที่ทางการเกษตรที่ถูกน้ำท่วม เพราะนอกจากผลผลิตจะเสียหายพวกเขายังลงทุนลงแรงไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ส่วนใหญ่ที่ถูกป้องกันอย่างเข้มงวด คือพื้นที่ในเขตชุมชนเมือง แต่พื้นที่ทางการเกษตรหลายจุด ถูกน้ำท่วมซ้ำหลายรอบในปีนี้ ดังนั้นการตีความของหน่วยงานราชการที่ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นไม่กระทบพื้นที่เศรษฐกิจ อาจจะเป็นการตีความที่ต่างจากชาวบ้านในพื้นที่ เพราะคนที่นี่มองว่าพื้นที่ทางการเกษตร คือพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญเช่นกัน