เมื่อวันที่ (23 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กว่า 3 สัปดาห์แล้ว ที่หมู่บ้านในอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ ล่าสุดหลายหลายหมู่บ้านก็เกิดความเครียด ทำให้มีการ พังกระสอบทราย และล่าสุดเมื่อคืนนี้ก็ได้มีชาวบ้านออกคัดค้านการวางบิ๊กแบ็ค ของกรมชลประทาน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กำลังนำถุงบิ๊กแบ็คไปปิดที่บริเวณลำห้วยปลาหลาย เพื่อไม่ให้มวลน้ำที่เอ่อท้นตลิ่งจากลำน้ำพองไหลเข้าไปในเขตตัวเมืองชั้นใน ป้องกันเศรษฐกิจของชาวขอนแก่น แต่ได้มีชาวบ้านตำบลศิลา อำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น ออกมาร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นไม่ให้นำถุงบิ๊กแบ็คมาปิดที่บริเวณลำห้วยปลาหลาย เนื่องจากทำให้น้ำที่ท่วมขังอยู่ในหมู่บ้านไหลผ่านออกมาไม่ได้
นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวี หลังจากวันที่ 27 ตุลาคมนี้ จะทำการพิจารณาใหม่ว่าสมควรจะนำบิ๊กแบ็คมาปิดตรงบริเวณจุดดังกล่าวหรือไม่เพราะเกรงว่าน้ำจะไหลเข้าไปในตัวเมืองหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น แต่ก็เห็นใจพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านซึ่งถูกน้ำท่วมขังนานกว่าสัปดาห์แล้ว จึงเลื่อนการปิดกั้นทางน้ำออกไปก่อน
ขณะที่อยู่บ้านท่ากระเสริม เป็นหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมขังหมู่บ้านแรก หลังจากปริมาณน้ำในลำน้ำพองเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมหมู่บ้านหลายตำบลเป็นบริเวณกว้าง ทำให้พระสงฆ์ไม่สามารถออกไปบิณฑบาตได้หลายวันแล้ว ส่วนชาวบ้านเองก็เดินทางออกไปทำงานอย่างยากลำบากเนื่องจากจะเห็นว่ากระแสน้ำค่อนข้างที่จะแรง ไปฟังเสียงชาวบ้าน
เข้าสู่วันที่ 3 แล้วที่ทางเขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มการระบายน้ำเป็น 54 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ทำให้ลำน้ำพองยังมีปริมาณน้ำเอ่อท้น ไหลเข้าท่วมใน 17 ตำบล 3 อำเภอ ได้แก่อำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพอง และอำเภอเมือง ซึ่งบางพบว่าระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร
ขณะที่เจ้าหน้าที่จะเร่งทำการเสริมกระสอบทราย 18 จุด ให้เสร็จโดยเร็วพร้อมจัดเวรยามเฝ้าสังเกตการณ์เนื่องจากมีคนลักลอบกรีดกระสอบ ทนกับน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานานไม่ไหว กรมชลประทานจังหวัดขอนแก่น ให้เหตุผลว่าจำเป็นจะต้องเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะมีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างวันละไม่ต่ำกว่า 70 ล้าน ลูกบาศก์เมตร และระบายออกเพียง 54 ล้าน ลูกบาศก์เมตร จากที่ทีมข่าวเฝ้าสังเกตก็พบมีหลายหมู่บ้านที่เกิดความเครียดเนื่องจากระดับน้ำยังไม่ลด และมีทีท่าว่าจะสูงขึ้นเรื่อย