จับตาน้ำเหนือไหลผ่านปทุมธานี-กรมชลฯ ขออย่าเชื่อข่าวลือในสื่อออนไลน์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วันนี้มีข่าวลือ และคำเตือนจากหลายกระแสว่ามวลน้ำที่ถูกส่งมาจากทางเหนือ อาจจะทำให้จังหวัดปทุมธานีถูกน้ำท่วม จนล่าสุดกรมชลประทานต้องออกมาชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง

ปริมาณฝนทางตอนบนที่ทิ้งช่วงมาระยะหนึ่ง ทำให้สถานการณ์น้ำที่จะไหลมาเติมที่เขื่อนเจ้าพระยาเริ่มน้อยลง ขณะที่วันนี้เขื่อนป่าสักก็ลดอัตราการระบายน้ำลง ดังนั้นความเป็นไปได้ที่ที่กรมชลประทานจะเร่งผันน้ำจนมากระทบกับจังหวัดปทุมธานีจึงมีโอกาสน้อย

มวลน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองจังหวัดนครสวรรค์วันนี้ แม้จะลดลงจากเมื่อต้นสัปดาห์ มาเหลืออยู่ที่ 2979 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ก็ถือว่ายังมีปริมาณมาก ทำให้ที่เขื่อนเจ้าพระยา ยังคงอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ไม่เกิน 2700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่าเดิม ซึ่งหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มแล้ว และน้ำเหนือลดลงกว่านี้อีก ก็มีโอกาสเป็นไปได้ว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะลดอัตราการระบายน้ำลง

มวลน้ำทั้งหมดนี้ ไม่ได้ถูกส่งมาที่เขื่อนเจ้าพระยาโดยตรงทั้งหมด เพราะบางส่วนถูกผันออกไปทางด้านข้าง ซึ่งวันนี้ ผันออกไปทางฝั่งตะวันตกประมาณ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในขณะที่ฝั่งตะวันออก ถูกผันลงไปประมาณ 270 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนที่เหลือจึงจะถูกส่งต่อไปที่เขื่อนเจ้าพระยา

 

ส่วนที่มีปัญหาเป็นที่ถกเถียงกันมากในวันนี้ คือ ฝั่งตะวันออก เพราะน้ำบางส่วนจากฝั่งนี้ จะถูกส่งผ่านมาทางจังหวัดปทุมธานีด้วยเลยกังวลว่าจะได้รับผลกระทบ เรื่องนี้ทางกรมชลประทานชี้แจงว่า แม้วันนี้แม่น้ำป่าสักบางส่วนที่ถูกระบายลงคลองระพีพัฒน์ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นถ้าเทียบกับช่วงสัปดาห์ก่อน คืออยู่ที่ 226 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่หากมองในภาพรวม วันนี้เขื่อนป่าสักฯปรับลดอัตรากสารระบายน้ำลง เหลือเพียง 290 ลูกบาสก์เมตรต่อวินาที จากเดิม 350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับน้ำเหนือที่เริ่มลดลงต่อเนื่อง ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่กรมชลประทานจะระบายน้ำออกมาทางคลองระพีพัฒน์เพิ่มอีก

ที่สำคัญกรมชลประทานชี้แจงว่าการระบายน้ำลงคลองระพีพัฒน์ในอัตราเท่านี้ น้ำในคลองต่างๆยังอยู่ต่ำกว่าตลิ่งราว 20-30 เซนติเมตร และมวลน้ำส่วนใหญ่จะถูกผันให้ไปลงทางแม่น้ำบางปะกงไม่ได้ตกค้างที่ปทุมธานีทั้งหมด

นอกจากสถานการณ์น้ำทางตอนบนของประเทศแล้ว อีกหนึ่งที่ ที่ต้องจับตามองคือพื้นที่ภาคใต้ เพราะล่าสุดแบบจำลองสภาพอากาศ ที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์วินดี้ พบว่า ขณะนี้มีหย่อมความกดอากาศกำลังก่อตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ ทางตะวันออกของของเวียดนามใต้ ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะพัฒนาเป็นพายุ และเคลื่อนตัวมาทางอ่าวไทย ผ่านภาคใต้ของประเทศไทย ประมาณวันที่3 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจังหวัดที่จะได้รับผลกระทบหนักอาจจะอยู่แถว ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์

สำหรับประชาชนในพื้นที่อย่าเพิ่งตกใจกลัว เพราะขณะนี้ หย่อมความกดอากาศดังกล่าวยังมีความสัมพันธ์กับพายุอีกลูกที่มีกำลังกว่า หมายความว่ามันอาจจะถูกพลังพายุลูกนั้นดูดไปจนไม่อาจก่อตัวเป็นพายุลูกใหม่ได้ แต่หากมันก่อตัวเป็นพายุจริงๆ เรายังพอมีเวลาเตรียมรับมืออีกราว 1 สัปดาห์ ซึ่งคาดว่าอีก 1-2 วัน น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ