สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายจอร์จ ปาปาดูปูลอส อดีตที่ปรึกษาฝ่ายหาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับสารภาพว่าตนได้กล่าวเท็จในการให้ปากคำกับเอฟบีไอเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยเขาให้การว่าได้พยายามติดต่อกับผู้ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลรัสเซีย ในช่วงหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งที่จริงแล้ว เป็นการพบกันในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง
นายปาปาดูปูลอส ชี้แจงว่าการพบกันครั้งนั้นเกิดขึ้น หลังจากที่ล็อบบี้ยิสต์ทั้ง 2 คน ยืนยันว่า ทางการรัสเซียมีข้อมูลลับที่ใช้ทำลายความน่าเชื่อถือของนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตได้ เรื่องนี้ทำให้ข้อกล่าวหาที่ว่ารัสเซียเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อช่วยให้ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งคณะสืบสวนที่นำโดยนายโรเบิร์ต มุลเลอร์ เตรียมจะตั้งข้อหาดำเนินคดีกับเขาต่อไป
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ ก็มีการสั่งฟ้องนายพอล มานาฟอร์ต อดีตผู้จัดการทีมหาเสียงของทรัมป์ และผู้ช่วยของเขา ในข้อหาฟอกเงินและสมรู้ร่วมคิดกันทำให้เกิดผลเสียต่อสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลมาจากการสืบสวนคดีที่รัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวออกมาชี้แจงแล้วว่ากรณีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงของทรัมป์ เนื่องจากเกิดขึ้นหลายปีมาแล้วฝั่งรัสเซีย ล่าสุด นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ก็ออกมาแถลงยืนยันเหมือนเช่นเคยว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ ไม่มีมูลความจริง