วันนี้ (3 พ.ย.60) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของเด็ก เยาวชนและประชาชนเกี่ยวกับ “ประเพณีลอยกระทง” ปี พ.ศ. 2560 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,252 คนทั่วประเทศ โดยผลสำรวจพบว่า เมื่อสอบถามว่าตั้งใจจะชวนใครไปลอยกระทง พบว่า ร้อยละ 64.39 ชวนครอบครัว พ่อแม่/ปู่ย่า/ตายาย/ญาติพี่น้อง ไปลอยกระทง รองลงมาร้อยละ 44.60 ชวนเพื่อน/เพื่อนร่วมงาน และร้อยละ 30.15 ชวนคนรัก โดยประชาชนร้อยละ 84.40 จะใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ต้นกล้วย ใบตอง ดอกบัว เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และประชาชนร้อยละ 91.02 ทราบว่าประเพณีลอยกระทงตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี ซึ่งในปีนี้จะตรงกับวันที่ 3 พ.ย.60
สอบถามกลุ่มตัวอย่างถึงวัตถุประสงค์ในการลอยกระทง ร้อยละ 88 บอกว่า เพื่อบูชาพระแม่คงคา เป็นการแสดงออกถึงการขอบคุณน้ำ และร้อยละ 78.16 คิดว่าประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่มีคุณค่าต่อครอบครัว ทำให้สมาชิกมีโอกาสทำกิจกรรมด้วยกัน รองลงมาร้อยละ 60.63 คุณค่าต่อชุมชน ทำให้เกิดความรัก ความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน ได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์และสนุกสนานร่วมกับ และร้อยละ 58.55 คุณค่าต่อสังคม ทำให้เกิดความเอื้ออาทรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของแม่น้ำลำคลองที่ได้ใช้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ขณะที่แนวทางและมาตรการรณรงค์ ที่ วธ.ได้นำเสนอต่อ ครม.เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นแนวทางจัดงานลอยกระทงในปีนี้ ได้แก่ รณรงค์ “ลอยกระทงปลอดภัย”อย่างเคร่งครัด เช่น ห้ามปล่อยโคมลอยหรือยิงบั้งไฟ ในพื้นที่ที่อยู่ในเส้นทางการบิน งดเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด รวมถึงการยิงปืนขึ้นฟ้า ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการงดจำหน่ายประทัด ดอกไม้ไฟ พลุ โคมลอย และโคมควันต่างๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ รวมทั้งขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจราจรตรวจสอบยานพาหนะให้พร้อมบริการประชาชน
ส่วนมาตรการที่ 2 รณรงค์ “สืบสานวัฒนธรรมไทย”ขอความร่วมมือสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามรักษาคุณค่าสาระของประเพณีลอยกระทง ที่มีต่อศาสนา สังคม ชุมชน และครอบครัวเช่น ครอบครัวได้ประดิษฐ์กระทงร่วมกัน คนในชุมชนจัดกิจกรรมร่วมกัน การละเล่น และการแสดงทางวัฒนธรรม เพื่อถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาและสืบทอดประเพณีสู่เด็กและเยาวชน และมาตรการที่ 3 รณรงค์ “ใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อม” ส่งเสริมให้ใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติย่อยสลายง่าย และงดใช้วัสดุย่อยสลายยาก เช่น โฟม เพื่อรักษาสายน้ำและสิ่งแวดล้อม และรณรงค์ให้ใช้กระทงร่วมกัน ตามแนวทาง “1 ครอบครัว 1 กระทง” หรือ “1 หน่วยงาน 1 กระทง” เพื่อลดปริมาณขยะ