“สมยศ” พาดพิง กก.สมาคมฟุตบอลชุดเก่า เกี่ยวข้องล็อกผลบอลไทย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แถลงอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แถลงร่วมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยตลอดการแถลงนอกจากจะอธิบายความเก่ยวพันเชื่อมโยงของขบวนการล็อกผลฟุตบอลไทยทั้งในปละนอกประเทศ ยังมีหลายช่วงที่พาดพิงไปถึงผู้บริหารสมาคมฟุตบอลชุดเก่าอย่างรุนแรง โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ระบุว่า ผู้บริหารชุดเก้าใช้อำนาจขุมขู่คุกคามผู้ตัดสิน เพื่อให้ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ

เมื่อวันที่ (21 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ข้อความในการแถลวงข่าว ของนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยวันนี้ กล่าวหาพาดพิงไปถึงผู้บริหารสมาคมฟุตบอลชุดเก่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะข้อกล่าวหาว่า มีผู้บริหารสมาคม ใช้อำนาจและบารมีกดดันข่มขู่ผู้ตัดสิน เพื่อให้ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ โดยอ้างว่า มีรูปแบบการข่มขู่หลายวิธีการ ทั้งการลงโทษด้วยการห้ามตัดสิน การไม่จ่ายเงินค่าตอบแทนตามที่ตกลงหรือไม่จ่ายตามกำหนด และการไม่ส่งไปอบรม ทำให้มีผู้ตัดสินบางส่วนที่ไม่ยอมทำตาม และได้รับผลกระทบ ออกมาให้ข้อมูลกับผู้บริหารชุดปัจจุบัน และเป็นที่มาของการตรวจสอบจนนำไปสู่การออกหมายจับ 12 คนในวันนี้

ทั้ง 12 ผู้ต้องหาที่พัวพันกับการล็อกผลฟุตบอลไทยลีก ถูกเชื่อมโยงกับการแข่งขัน 4 คู่ ในช่วงเดือนกรกฎาคมและกันายายนที่ผ่านมา ซึ่งจากการเปิดเผยรายชื่อทั้ง 12 ราย ประกอบไปด้วยนักฟุตบอล 5 ราย,ผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสิน 2 ราย,ผู้บริหารสโมสร 1 ราย และกลุ่มนายทุนอีก 4 ราย  โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้ควบคุมตัวทั้ง 12 คน มาสอบปากคำแล้ว และให้ประกันตัวออกไปสู่คดีเพราะเห็นว่าไม่มีเจตนาหลบหนี

นายกสมาคมฟุตบอล เปิดเผยว่า ขบวนการล้มบอลในไทยมีมานานนับ 10 ปีแล้ว โดยสมาคมฟุตบอลได้ทำงานนานกว่า 6 เดือน ร่วมกับตำรวจและสปอร์ตเรดาห์ ซึ่งเป็นองค์กรของเอเอฟซี ที่จับตาดูเรื่องการล็อกผลฟุตบอล จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้จนนำไปสู่การออกหมายจับ จึงกล้าออกมาเปิดเผย พร้อมกล่าวพาดพิงกรรมการบริหารสมาคมชุดเก่าอย่างที่เห็น ดังนั้น พล.ต.อ.สมยศ เชื่อจะสามารถขยายผลเพิ่มเติมจากผู้ต้องหา 12 คน ไปถึงกลุ่มนายทุนใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ

พล.ต.อ.สมยศ อธิบายสถานการณ์ว่า ปัจจุบันการล็อกผลบอลมีมากขึ้น เพราะมีเงินและผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้นกว่าเดิม จากความนิยม ผลประโยชน์ เงินสนับสนุนและการที่สามารถเข้าถึงแหล่งการพนันง่ายขึ้น โดยยอมรับว่า ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยเรื่องนี้ ได้คุยกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแล้วว่าจะมีผลกระทบมากกับวงการฟุตบอลไทย แต่ก็จำเป็นต้องเปิดเผย เพราะเชื่อว่า หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไขจะส่งผลเสียหายหนักกว่า จนอาจถึงขั้นล่มสลายแบบในประเทศเพื่อนบ้าน  และย้ำว่านักฟุตบอลและผู้ตัดสินที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากพบว่าทำผิดจริง เตรียมลงโทษห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลตลอดชีวิต  ผู้ต้องหาทั้ง 12 รายถือว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 โดยโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 10 ปี  ปรับตั้งแต่ 3 แสนถึง 6 สานบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ