วันนี้ (23 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพรชบุรี โดยปริมาณน้ำในแม่น้ำเพชรบุรียังไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยชาวบ้านได้ออกมาช่วยกันทำแนวกระสอบทราย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าไปยังบ้านเรือนของตัวเอง ซึ่งกระแสน้ำที่ล้นตลิ่งออกมามีลักษณะค่อนข้างแรง จนทำให้กำแพงพังเสียหายบางส่วน
ขณะที่ชาวบ้านต้องการกระสอบทรายและทรายเพิ่ม เพื่อที่จะมาเสริมริมตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรี ให้สูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งตอนนี้สามารถป้องกันได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ทั้งนี้ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ได้รับการแจ้งเตือนจากทางการแล้วแต่ไม่สามารถเตรียมตัวได้ทัน ชาวบ้านบางคนถึงขนาดต้องยอมแพ้แล้ว เพราะไม่สามารถขนของขึ้นที่สูงได้ทัน
ด้านผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพรชบุรี เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าว ว่าเขื่อนเพชรบุรีได้ลดการระบายน้ำเหลือ 280 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์ในขณะนี้ แต่ที่บริเวณประตูน้ำบีสิบ อำเภอท่ายาง ยังระบายน้ำอยู่ที่ 330 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำอยู่ในจุดนั้นจำนวนมาก จึงแจ้งให้ประชาชนเตรียมรับมือปริมาณน้ำที่ยังปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันปริมาณน้ำจะไหลไปรวมกันอยู่ที่ตัวเมืองเพชรบุรี ซึ่งขณะนี้ที่บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ได้มีน้ำไหลเข้าท่วมพื้นผิวการจราจรบนถนนเพชรเกษม ทำให้การจราจรเกิดการชะลอตัวในฝั่งขาเข้า กทม. ซึ่งตอนนี้การจราจรเกิดปัญหาในช่วงบริเวณดังกล่าว
นอกจากนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกหนังสือเตือนภัยพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ทั่วจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเฝ้าระวังปริมาณน้ำฝนในแต่ละพื้นที่ โดยการตรวจปริมาณน้ำฝนในช่วงเช้าวันนี้ พบว่าปริมาณน้ำฝนยังอยู่ในปริมาณปกติ วัดปริมาณสูงสุดได้ที่ บ้านท่าข้าม ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน 40 มิลลิเมตร นอกนั้นในอีก 19 อำเภอมีฝนเล็กน้อย วัดปริมาณเฉลี่ยได้ที่ 10 มิลลิเมตร ถือว่าสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง แต่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยที่ได้รับผลจากอุทกภัยซ้ำซากและดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะติดต่อกับภูเขาที่กั้นระหว่างจังหวัดพังงา ระนองและสุราษฎร์ฯโดยเฉพาะอำเภอชัยบุรี วิภาวดี คีรีรัฐ บ้านตาขุน พนม พระแสง ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันยังถือว่าปกติ
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะ 11 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย โดยในช่วงเวลาดังกล่าวภาคใต้จะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง ทั้งนี้ส่วนประเทศไทยตอนบน คาดวันนี้บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ กลาง ตะวันออก และกรุงเทพมหานคร หลังจากปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนหน้านี้ ทำให้มีอากาศหนาวเย็น ลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส