วันนี้ (23 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิบูรณะนิเวศร่วมกับสมาคมอาร์นิก้า สาธารณรัฐเช็ก สุ่มตรวจไข่ไก่ที่เลี้ยงแบบฟาร์มเปิด 8 จังหวัด เพื่อวิเคราะห์สารตกค้างกลุ่ม POPs ในเขตพัฒนาอุตสาหกรรมและติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติตามอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้ายสารตกค้างยาวนานที่ไทยลงนามให้สัตยาบันมาตั้งแต่ปี 2548
สำหรับสาร POPs เป็นกลุ่มสารก่อมะเร็งรวม 28 ชนิด เช่น สารไดออกซิน ฟิวแรน พีเอชเอ พีซีบี สารหน่วงติดไฟ พีบีดีอี ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้ไม่หมดลอยอยู่ในอากาศ น้ำและในดิน
ทีมวิจัยพบสารปนเปื้อนในไข่ไก่ที่เลี้ยงแบบโรงเปิดที่จังหวัดสมุทรสาครมากที่สุด โดยแยกเป็นสารไดออกซิน/ฟิวแรนที่พบถึง 84.04 pg จากค่ามาตรฐานขององค์อนามัยโลกต้องไม่เกิน 2.5 pg และพบสารชนิดอื่นๆในกลุ่ม POPs ในปริมาณสูง
นางเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ เปิดเผยว่า สารกลุ่มนี้อาจเกิดขึ้นแบบไม่ตั้งใจของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงปูน โรงหล่อหลอมโลหะ และโรงเผาขยะ แต่ก็เป็นตัวชี้วัดได้ว่าไทยยังเพิกเฉยต่อการจัดการด้านกำจัดสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม
นอกจากจังหวัดสมุทรสาครที่พบสาร pops ตกค้างในไข่ไก่ ยังมีพื้นที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น อำเภอมาบตาพุด จังหวัดระยอง ที่มีค่าสารตกค้างในไข่ไก่สูงเช่นกัน ส่วนไข่ไก่ที่พบสารตกค้างต่ำกว่าเกณฑ์ เช่นที่กรุงเทพฯ พบปนเปื้อนสารไดออกซินเพียง 0.08 pg
ขอบคุณภาพจาก AFP