สำหรับ “เรืออัตโนมัติกำจัดลูกน้ำยุง” แยกการทำงานออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การออกแบบวงจรคลื่นอัลตร้าโซนิคระบบ 4 หัวจ่าย และการออกแบบเรือให้มีสมรรถนะครอบคลุมและเหมาะสมในการใช้งาน โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ใช้ระยะเวลาในการออกแบบและสร้างชิ้นงาน 6 เดือน
นอกจากนี้ ยังได้ออกแบบเป็นเรือท้องแบนเพื่อประหยัดพลังงาน และใช้ในน้ำตื้นได้ดีสามารถขับเคลื่อนได้ที่ความเร็วต่ำ ลำเรือแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ทางด้านข้างถูกเชื่อมต่อกัน เพื่อติดตั้งเครื่องกำจัดลูกน้ำยุงคลื่นอัลตร้าโซนิค 4 ชุด และระบบควบคุมเรือบริเวณกลางลำเรือ ลำเรือมีขนาดความยาว 100 เซนติเมตร ความกว้าง 67 เซนติเมตร ความสูง 20 เซนติเมตร สามารถรับน้ำหนักได้ 50 กิโลกรัม ใช้ Fiberglass เป็นวัสดุในการสร้างตัวเรือ เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีอัตราส่วนความแข็งแรงต่อน้ำหนักสูง ทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมี ระบบขับเคลื่อนใช้หลักการ Thrust Vectoring เป็นการควบคุมทิศทางของแรงขับโดยตรง ไม่ใช้หางเสือ เพื่อให้เรือสามารถเลี้ยวมุมแคบได้ดี รัศมีวงเลี้ยว 1 เมตร
ทั้งนี้ การควบคุมเรือ ทำได้ทั้งแบบบังคับเองผ่านรีโมทคอนโทรล และแบบอัตโนมัติ โดยผ่านชุดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่ติดตั้งบนเรือ สามารถกำหนดให้เรือไปตามจุดต่างๆ ได้โดยผ่านระบบดาวเทียม GPS ความเร็วสูงสุดของเรือ เดินหน้า 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถอยหลัง 3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล 800 เมตร และควบคุมผ่านดาวเทียมหรือระบบ GPS ไม่จำกัดระยะทาง ควบคุมผ่านคอมพิวเตอร์ 32 บิท สามารถทำงานต่อเนื่อง 2 ชั่วโมงต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง โดยเรืออัตโนมัติกำจัดลูกน้ำยุงนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้ดำเนินการจดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้ว และเตรียมต่อยอดไปสู่การกำจัดพยาธิใบไหม้ในตับ ซึ่งอยู่ในเกล็ดปลาต่อไป
อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถสกัดกั้นการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของโรคที่เกิดจากยุงเป็นพาหนะได้เป็นอย่างดี โดยมีต้นทุนในการผลิตต่อลำประมาณ 100,000 บาท