ข่าวฮิตติดกระแสในรอบสัปดาห์ 25 พ.ย.-1 ธ.ค. 60

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวอะไรที่น่าสนใจ นิวมีเดียพีพีทีวี รวบรวมมาให้อ่านกัน

“เจ้าชายแฮร์รี่” เตรียมลั่นระฆังวิวาห์แฟนสาวต้นปีหน้า

เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา คงจะเป็นวันที่ทำให้หญิงสาวหลายคนช็อกกันไปตามๆ กัน เมื่อมีข่าวจากแถลงการณ์ของพระตำหนักคลาเรนซ์ เฮาส์ ของสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ประกาศว่า เจ้าชายแฮร์รี่ ได้ทรงหมั้นหมายกับ เมแกน มาร์เคิล นักแสดงชาวอเมริกัน และจะจัดพิธีเสกสมรสในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า โดยหลังจากนั้นวันต่อมา (28 พ.ย.60) เจ้าชายแฮร์รี่ ประทานสัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซี เปิดใจถึงเรื่องราวความรักเป็นครั้งแรกว่า ความรักของทั้งคู่เกิดขึ้นผ่านการแนะนำของเพื่อนๆ ก่อนที่ความสัมพันธ์จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งต่อมาก็คบหากัน และปรากฎตัวด้วยกันเป็นครั้งแรกในการแข่งขันกีฬาทหารผ่านศึก “อินวิคตัส เกมส์” (Invictus Games) ที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ส่วนการขอแต่งงานนั้นเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ในระหว่างช่วงมื้อเย็นซึ่งทั้งคู่กำลังย่างไก่กัน ณ ที่ประทับในพระราชวังเคนซิงตัน ด้านเมแกนเผยว่า เป็นการขอแต่งงานที่เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ แต่โรแมนติกมากๆ ซึ่งเธอก็ตอบตกลงในทันที ก่อนที่จะทำการสวมแหวน ที่เจ้าชายแฮร์รี่ทรงออกแบบเอง โดยใช้เพชรของเจ้าหญิงไดอาน่า พระมารดาผู้ล่วงลับ


อ่านข่าว

“เจ้าชายแฮร์รี่” เตรียมลั่นระฆังวิวาห์แฟนสาวต้นปีหน้า

“เจ้าชายแฮร์รี่” ขอแต่งงานระหว่างย่างไก่ “เมแกน” ปลื้ม สุดโรแมนติก!

 

“มารีญา” ทำดีที่สุดแล้วกับ 5 คนสุดท้าย เวทีมิสยูนิเวิร์ส2017

การประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 รอบตัดสิน ถูกจัดขึ้นที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตัวแทนสาวงามของไทยที่เข้าร่วมประกวด คือ “มารีญา พูลเลิศลาภ หรือ มารีญา ลินน์ เอียเรียน” ผู้ครองตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2560 โดยในครั้งนี้ เธอสามารถผ่านรอบคัดเลือกตั้งแต่ 16 คน , 10 คน และ 5 คนสุดท้ายได้สำเร็จ ทำให้คนไทยทั้งประเทศลุ้นระทึกไปตามๆ กัน แต่ทั้นใดนั้นเหล่ากองเชียร์สาวงามก็ต้องพบกับความผิดหวัง เนื่องจาก มารีญา ไม่สามารถผ่านรอบคัดเลือก 3 คนสุดท้ายไปได้ ด้านนักวิเคราะห์ชี้ว่า สาเหตุมาจากการตอบคำถามต่อหน้าคณะกรรมการของ มารีญา ซึ่งเธอแสดงอาการสีหน้าถึงความกดดันออกมา ทำให้ตอบคำถามได้ไม่ค่อยดีนัก

ขณะเดียวกันโลกเซียลก็จุดประเด็นถึงคำถามที่ มารีญา ได้รับจากคณะกรรมการ นั่นคือ “อะไรคือแรงขับทางเคลื่อนสังคมที่สำคัญที่สุดในรุ่นของคุณ” หรือ คีเวิร์ด สั้นๆ คือ การเคลื่อนไหวของสังคม หรือ “Social Movements” พร้อมตั้งข้อสงสัยกันว่าคีเวิร์ดดังกล่าวนี้คืออะไร และเป็นเพราะเหตุใด มารีญา ถึงรู้สึกมีความกดดันจากคำถามนี้

 

อ่านข่าว

เช้านี้ลุ้น-เชียร์ “มารีญา” ขอมงกุฎจงลง เพี้ยง!

“มารีญา” ทำดีที่สุดแล้วกับ 5 คนสุดท้าย เวทีมิสยูนิเวิร์ส2017

กูรูนางงามชี้ “มารีญา” ทำดีที่สุดแล้ว อาจมีกดดันรอบตอบคำถาม

“มารีญา” เปิดใจทั้งน้ำตาขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน

ชาวเน็ตแชร์ความคิดเห็นคำถาม “มารีญา” ผ่าน #SocialMovement

 

"สุรินทร์ พิศสุวรรณ" ถึงแก่อนิจกรรมหลังเป็นลมหมดสติและหัวใจล้มเหลว


 

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 60 เวลาประมาณ 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีต ส.ส.นครศรีธรรมราชและบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ 7 สมัย ถึงแก่อนิจกรรมลงด้วยวัย 68 ที่โรงพยาบาลรามคำแหงวันนี้ โดยคนใกล้ชิดระบุว่า นายสุรินทร์ เป็นลมหมดสติขณะออกกำลังกาย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลรามคำแหง ต่อมามีภาวะหัวใจล้มเหลว ถึงแก่อนิจกรรมด้วยอาการสงบ
 

ล่าสุดวันนี้ (1 ธ.ค. 60) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระองค์นำดินฝังศพพระราชทานให้ครอบครัวพิศสุวรรณ ประกอบพิธีฝังร่าง ด็อกเตอร์ สุรินทร์ พิศสุวรรณ เวลา 14.45 น. ที่สุสานมัสยิดท่าอิฐ ตามหลักศาสนาอิสลาม โดยมีแกนนำพรรคประชาธิปัตย์อย่างนายชวน หลีกภัย และบุคคลสำคัญจากต่างประเทศต่างทยอยเดินทางมาเคารพศพอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
 

นอกจากนี้ยังมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ,นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และนายสเตฟฟาน เฮอร์สเตริม เอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย รวมถึงนายชาทิบ บาศรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนนีเซีย ร่วมแสดงความไว้อาลัยการจากไปของนายสุรินทร์ 

 

อ่านข่าว
"สุรินทร์ พิศสุวรรณ" ถึงแก่อนิจกรรมหลังเป็นลมหมดสติและหัวใจล้มเหลว

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯ ดินพระราชทาน แก่ “สุรินทร์ พิศสุวรรณ”

 

“นายพลปรายัค” อาชญากรสงครามซดยาพิษฆ่าตัวตายกลางศาลโลก

เป็นข่าวช็อกโลก!! ประจำสัปดาห์ก็ว่าได้ เมื่อผู้ต้องหาอาชญากรสงคราม นายพล ซโลโบดาน ปรายัค (Slobodan Praljak) อดีตผู้บัญชาการทหารโครเอเชียในสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธ์บอสเนียโครเอเชีย ดื่มยาพิษประท้วงคำตัดสินของศาลอาญาพิเศษนานาชาติ ที่ตัดสินใจยืนตามคำตัดสินเดิมให้ นายพล ปรายัค อายุ 72 ปี จำคุกเป็นเวลา 20 ปี

นายพล ปรายัค อดีตผู้นำระดับสูงของกองทัพบอสเนีย-โครแอต ประกาศว่า “นี่คือยาพิษที่ผมดื่มเพื่อประท้วงคำตัดสิน ที่บอกว่าผมเป็นอาชญากรสงคราม เพราะผมไม่ใช่อาชญากรสงคราม” หลังพูดจบก็ยกแก้วยาพิษดื่ม

ทันทีที่ ปรายัค ดื่มยาพิษ ภายในห้องพิจารณาคดีที่ใช้สถานที่ของศาลโลก ในกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ก็เกิดความวุ่นวายขึ้น ทนายจำเลยวิ่งวุ่น ขณะที่คณะผู้พิพากษาก็ชะงักก่อนสั่งให้พักการพิจารณาคดีออกไป เรียกรถพยาบาลและให้เจ้าหน้าที่ปิดม่านในห้อง เพราะว่ามีการถ่ายทอดสดการอ่านคำตัดสินอยู่

รายงานระบุว่า นายพล ปรายัค อาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ส่วนความคืบหน้าขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเนเธอร์แลนด์กำลังเร่งตรวจสอบว่า เหตุใดผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมสงคราม จึงนำยาพิษเข้ามาในห้องพิจารณาคดีของศาลโลก ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวานนี้

 

อ่านข่าว

ตำรวจเร่งสอบเหตุ “ปรายัค” ซดยาพิษฆ่าตัวตายประท้วงคำตัดสินศาลโลก

ช็อกโลก!! อาชญากรสงครามซดยาพิษฆ่าตัวตายกลางศาลโลก

 

อ่วม ! ตำรวจขยายผลออกหมายเรียก คนร่วมขบวนการรับจ้างรับผิดแทน ”ครูจอมทรัพย์”
 

จากเรื่องราวของ “แพะ” ของ “จอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร” หรือ “ครูจอมทรัพย์” ผู้ต้องหาคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จนถูกจำคุก 3 ปี 2 เดือน แต่รับโทษจริง 1 ปี 6 เดือน เนื่องจากได้รับพระราชทานอภัยโทษ กลายเป็นเรื่องที่ได้รับความเห็นใจจากสังคมหลังตัดสินใจยื่นคำร้องต่อกระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอ โดยออกมาร้องขอให้ศาลรื้อฟื้นคดี กระทั่งศาลฎีกามีคำพิพากษาไม่รื้อฟื้นคดี และนำมาสู่การดำเนินคดีใหม่ในข้อหา “นำสืบพยาน-หลักฐานเท็จต่อศาล และซ่องโจร” และเรื่องราวที่เกิดขึ้นกลายเป็นขบวนการจ้างรับผิดแทน
 

นอกจากในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาจะสามารถควบคุมตัวครูจอมทรัพย์ได้แล้ว อีกหนึ่งตัวละครที่สำคัญในคดีนี้คือ นายสุริยา นวนเจริญ หรือ ครูอ๋อง เพื่อนของครูจอมทรัพย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ในข้อหานำสืบและแสดงหลักฐานเท็จต่อศาล และข้อหาซ่องโจร มาที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.นครพนม หลังหลบหนีหมายจับไปอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่เมื่อควบคุมตัวครูอ๋องได้แล้ว เขาก็กลับคำให้การอ้าง “ครูจอมทรัพย์” ไม่รู้เห็นจ้างนายสับ วาปี รับผิดแทน ก่อนที่ตำรวจจะมีการการขยายความเชื่อมโยงผู้ร่วมขบวนการรับจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ และทางตำรวจเผยว่าครูจอมทรัพย์ การพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และ กระทรวงยุติธรรม ทีมที่ช่วยเหลือทางคดี โดยอ้างว่า มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการใช้พยานหลักฐานเท็จ โดยเฉพาะนายสับ วาปี ที่ถูกว่าจ้างให้มารับผิดแทน ตำรวจจึงเตรียมเรียกเจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 2 หน่วยงานมาสอบปากคำ โดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง

จากนั้นตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนเร่งขยายผลผู้ร่วมขบวนการรับจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์จากเงินบริจาค 1 ล้านบาท ที่ “นายมาร์ค พิทบูล” เรี่ยไรจากสมาชิก ล่าสุด พบเส้นทางการเงินในบัญชีของครูจอมทรัพย์ก่อนถูกออกหมายจับ มีการถ่ายโอนให้บุคคลหลายกลุ่ม ทีมชุดสืบสวนตั้งข้อสงสัยว่า อาจจะเป็นเงินค่าจ้างในการรื้อฟื้นคดี หรือ ถ่ายโอนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกอายัดทรัพย์ ล่าสุดวันนี้ (1 ธ.ค.60) ตำรวจได้มีการสรุปรวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายเรียก บุคคลที่เชื่อมโยง เข้าข่ายความผิด ให้การช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ อีก 5 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่เป็นญาติ คนใกล้ชิด รวมไปถึงทนายความส่วนตัว และพยานสำคัญ ในฐานความผิด ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน รวมถึงเบิกความเท็จต่อศาล และซ่องโจร

 

อ่านข่าว
“ครูจอมทรัพย์” โดน 2 ข้อหา “ซ่องโจร-นำสืบและแสดงหลักฐานเท็จ”
“สุริยา” กลับคำให้การอ้าง “ครูจอมทรัพย์” ไม่รู้เห็นจ้าง “สับ วาปี” รับผิดแทน
“ครูจอมทรัพย์”ซัดก.ยุติธรรม รู้เห็น“สับ วาปี”ให้การเท็จก่อนไต่สวนรื้อคดี
เปิดบันทึก “ครูจอมทรัพย์” ฉากชีวิตที่เลือกเอง
เปิดแรงจูงใจ “ครูจอมทรัพย์” สู่เดิมพันวางแผนจ้างรับผิด
ตำรวจขยายผลเงินบริจาค “ครูจอมทรัพย์” 1 ล้านบาท จ้างรื้อคดีสร้างพยานเท็จ
ตร.ออกหมายเรียก จ่อตั้งข้อหาหนักอีก 5 คน ช่วยเหลือครูจอมทรัพย์

 

"อย่ามาขึ้นเสียง กดดันผม" นายกฯ ว๊ากใส่ประชาชนที่มาร้องขอแก้กฎหมายประมง

นายกฯว๊าก "อย่ามาขึ้นเสียง กดดันผม" กับ ปชช.ที่ใช้น้ำเสียงดังแข่งกับเครื่องเสียง โดย ปชช. รายนี้เข้ามาร้องขอรัฐแก้กฎหมายประมง ที่กระทบกับการประกอบอาชีพ

เมื่อวันที่ (27 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ชายเสื้อสีชมพูถูก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว๊ากใส่ คนนี้ คือ นายภรัณยู เจริญ อายุ 34 ปี  ชาวประมงจังหวัดปัตตานี ที่เข้ามาร้องเรียนนายกรัฐมนตรี ให้ช่วยแก้กฎระเบียบเกี่ยวกับการประมง ให้สามารถออกเรือได้มากกว่า 220 วันต่อปี  ระหว่างการอธิบาย นายภรัณยู ได้ใช้น้ำเสียงค่อนข้างดังเพราะแข่งกับเครื่องเสียง ทำให้ พลเอกประยุทธ์ ถึงกับเข้าใจผิด และพูดเสียงดังใส่ว่า "ขอให้พูดดีๆ อย่ามาขึ้นเสียง กดดันการทำงาน" พร้อมกับยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกปัญหา แต่ต้องดูผลกระทบภาพรวมทั้งประเทศด้วย
 

อ่านข่าว
"อย่ามาขึ้นเสียง กดดันผม" นายกฯว๊ากใส่ประชาชนที่มาร้องขอแก้กฎหมายประมง

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ