ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ระบุว่า ภาคเอกชนไม่ขัดข้อง หากคณะกรรมการค่าจ้างไตรภาคี จะมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปี 2561 แต่ยังไม่เห็นด้วย หากจะมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นอัตราเดียวกันทั้งประเทศ เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และเกษตรกรโดยตรง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก หรือ เอสเอ็มอี เพราะขณะนี้มีสัดส่วนแรงงานในประเทศประมาณ 37 ล้านคน นอกจากนี้ประชาชนนอกภาคแรงงานอาจจะได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าแพงขึ้น รวมถึงอัตราค่าจ้างเงินเดือนของผู้ที่จบการศึกษาตั้งแต่ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี รวมถึงข้าราชการในอนาคตได้ โดยการพิจารณาอัตราค่าจ้างขอให้อนุกรรมการค่าจ้างแต่ละจังหวัดเป็นผู้กำหนด เพราะอยู่ในพื้นที่และรู้ตัวเลขที่ชัดเจนมากกว่า และจะต้องพิจารณาจากสภาพแรงงาน ขนาดธุรกิจ และสภาพเศรษฐกิจด้วย
ขณะที่ นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า การพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จะต้องไม่มีการแทรกแซงจากหน่วยงานอื่น ซึ่งจะต้องให้คณะกรรมการค่าจ้าง ที่มีทั้งตัวแทนลูกจ้าง เจ้าของกิจการ พาณิชย์จังหวัด ธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงเป็นผู้พิจารณาเท่านั้น และที่สำคัญภาครัฐจะต้องเร่งพัฒนาฝีมือแรงงานในมีศักยภาพมากขึ้นด้วย
ด้านนายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้าง หรือ บอร์ดค่าจ้าง กล่าวว่า ในวันที่ 10 มกราคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ตามระบบไตรภาคี โดยจะพิจารณาจากหลายปัจจัย โดยคาดว่าปีนี้จะมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างแน่นอน ส่วนการปรับขึ้นคงไม่เท่ากันอยู่แล้วในแต่ละจังหวัด
ทั้งนี้ หากคณะกรรมการค่าจ้าง เข้าร่วมประชุมครบทุกคนก็จะสามารถสรุปเคาะอัตราค่าแรงขั้นต่ำปี 2561 ได้แน่นอน หลังได้ข้อสรุปแล้ว จะนำเสนอเข้า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้พิจารณาเห็นชอบ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้ต่อไป