วันนี้ (17 ม.ค.61) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ข้อสงสัยที่ว่านางสาวณิชาอาจมีส่วนเกี่ยวก้องกับแก๊งโรแมนซ์สแกมนั้น ในตอนนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงและถือว่านางสาวณิชาเป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมย้ำชัดทางคณะตำรวจสืบสวนสอบสวน มีหน้าที่ให้ความเป็นธรรมของทุกฝ่าย ส่วนกรณีที่ว่านาวสาวปวีณาเอาบัตรประชาชนของนางสาวณิชามาจากไหนนั้น จากการสืบสวนทราบว่านางสาวปวีณาได้รับบัตรประชาชนที่นางสาวณิชาแจ้งหายได้ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง โดยไปขอจากพนักงานโดยที่พนักงานไม่ได้ตรวจสอบอะไรมากมาย ก่อนจะได้และนำไปเปิดบัญชีตามแต่ละธนาคาร รวมทั้งหมด 10 บัญชี
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า คดีนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือคดีที่สน.บ้านตาก แจ้งข้อกล่าวหานางสาวณิชา ข้อหาฉ้อโกงประชาชน ซึ่งในคดีนี้นางสาวณิชาตกเป็นผู้ต้องหา ส่วนที่สองคือ ที่สน.ห้วยขวาง ที่นางสาวณิชาตกเป็นผู้เสียหาย โดยล่าสุดสามารถดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาครบทั้ง 4 คนแล้ว
นอกจากนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงประเด็นข้อสงสัยที่ว่าใครเป็นคนเอาบัตรประชาชนของนางสาวณิชาไปเปิดบัญชีว่า จากการสืบสวนสอบสวนทำให้ทราบว่าคนที่เอาบัตรประชาชนของนางสาวณิชาไปเปิดบัญชีถึง 10 บัญชี มีทั้งหมด 4 คน คือ นางสาวปวีณา นางสาวเจรติ นางสาวพรหมพร และนายไซม่อน ผู้ต้องหาชาวแคมารูน ซึ่งขณะนี้ทาง ผบ.ตร. ได้มีการสั่งจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา รวมถึงอายัติผู้ต้องหา คือนางสาวเจรติ ไว้ที่เรือนจำจังหวัดนครปฐมเรียบร้อยแล้ว
ด้านพ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ชี้แจงถึงกรณีที่ว่าณิชาทำบัตรประชาชนใหม่หลายครั้ง จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติ โดยนางสาวณิชาทำบัตรประชาชนครั้งแรกเมื่อตอนอายุครบ 15 ปี และหมดอายุ ก่อนจะทำบัตรใหม่ครั้งที่2 และครั้งที่3 จากการทำบัตรสูญหาย