วันนี้ (5 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวชุมชนรอบประสาทหินพิมาย ยังคงเดินหน้าคัดค้านการประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมายอย่างต่อเนื่อง นอกจากการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ติดป้ายแสดงจุดยืน ไม่เห็นด้วย ยังได้ยื่นเอกสารคัดค้านให้เทศบาลตำบลพิมาย เป็นตัวแทนต่อสู้ตามขั้นตอนของกฎหมาย โดย น.ส.สำราญ อัคเคอร์มันน์ ข้าราชการเกษียณอายุที่วันนี้ยึดอาชีพขายข้าวแกงอยู่ที่บ้าน บริเวณข้างปราสาทหินพิมายเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจของกรมศิลปากรครั้งนี้ ระบุว่า อยู่อาศัยที่นี่มาตั้งแต่เกิด มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย แต่การที่กรมศิลปากรใช้อำนาจตามกฎหมายประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมายกินพื้นที่กว่า 2,600 ไร่ ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้รับคำชี้แจงโดยตรงจากกรมศิลปากร ทั้งที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
ด้าน นายดนัย ตั้งเจิดจ้า นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพิมาย เปิดเผยว่า ปมปัญหาที่ชาวบ้านลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวคัดค้าน เพราะได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขการประกาศเขตโบราณสถานพิมายในครั้งนี้ เพราะนอกจากมีข้อห้ามและข้อจำกัดในจำนวนมาก ในการปลูกสร้างต่อเติมอาคารที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง ซึ่งชาวบ้านยังเชื่อว่าเป็นการเวนคืนที่ดินโดยอ้อม ล่าสุดได้รวบรวมรายชื่อชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วย ยื่นคัดค้านตามขั้นตอน และส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของอธิบดีกรมศิลปากรว่า เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันหรือไม่ เพราะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านถึง 1,665ราย ที่มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ระบุว่า การประกาศเขตโบราณสถาน อาจสร้างความยุ่งยากให้ชาวบ้านบางส่วน เพราะการปลูกสร้าง ต่อเติมที่อยู่อาศัย จำเป็นต้องทำตามข้อกำหนดของกฎหมาย แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การเวนคืนที่ดินอย่างที่คนในพื้นที่เข้าใจ เพราะกรรมสิทธิ์ที่ดินยังเป็นของชาวบ้านเช่นเดิม