สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ร่างกฏหมายที่ว่านี้ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในอีก 15 วัน โดยสหรัฐจะขึ้นอัตราภาษีเหล็กเป็นร้อยละ 25 ส่วนอลูมิเนียมจะอยู่ที่ร้อยละ 10 ส่วนประเทศแคนาดาและเม็กซิโก คู่ค้าตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี”นาฟต้า” จะได้รับการยกเว้นชั่วคราว ซึ่งถือว่าเป็นท่าทีที่อ่อนลงของทรัมป์ ที่ก่อนหน้านี้เคยประกาศว่าจะไม่มีการผ่อนปรนหรือยกเว้นให้กับประเทศใดๆ ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตามในร่างกฏหมายยังระบุด้วยว่า ประเทศอื่นๆ ที่ส่งสินค้าทั้ง 2 ชนิดเข้ามาขายในสหรัฐ ยังมีทางเลือกด้วยการเปิดเจรจาโดยตรงกับสหรัฐ เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด แต่ในรายงานข่าวไม่ได้ระบุว่า ทางเลือกนั้นคืออะไร
การกระทำของสหรัฐครั้งนี้”ทรัมป์”อ้างว่า เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กและอลูมิเนียมของสหรัฐเอง ให้สามารถสู้ราคากับคู่แข่งจากต่างประเทศได้ แต่ในทางกลับกัน บรรดาประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ต่างไม่พอใจ และอาจแก้เผ็ดด้วยการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเป็นการตอบโต้ โดยสินค้าที่อยู่ในข่ายมีทั้งจักรยานยนต์”ฮาร์ลี่ย์ เดวิดสัน” และกางเกงยีนส์”ลีวาย” แต่ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงมากที่สุดคือ อาจเกิดสงครามทางการค้าที่จะลุกลามไปทั่วโลก เพราะแต่ละประเทศก็จ้องที่จะขึ้นอัตราภาษีตามสหรัฐแทบทั้งสิ้น