เรือประมงพาณิชย์ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่เกือบ 1,000 ลำ ทยอยนำเรือเข้ามาจอดที่ท่าเรือปัตตานี เพื่อหยุดออกหาปลาอย่างไม่มีกำหนด เรียกร้องให้ทางรัฐบาลเร่งแก้กฎหมายที่สุ่มเสี่ยงให้ชาวประมงต้องทำผิดกฎหมาย เช่น การบังคับให้เรือทุกลำต้องมีเรือชูชีพ ลูกเรือประมงต้องสวมเสื้อชูชีพ และนายจ้างต้องเก็บสลิป ที่ลูกจ้างถอนเงินและนำมาถ่ายเอกสาร แล้วนำไปยื่นต่อศูนย์แจ้งเข้าแจ้งออก(ปีโป้) ซึ่งสร้างความยากลำบากให้กับผู้ประกอบการเรือประมง ซึ่งปฏิบัติได้ยาก หรือไม่สามารถปฏิบัติได้จริง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการประมงและลูกเรือกว่า 500 คน ได้รวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไข ซึ่งทำให้ชาวประมงต้องประสบปัญหากับความยากลำบากในการออกเรือ และผู้ประกอบการบางรายไม่กล้าที่จะออกเพราะสุ่มเสี่ยงกับการทำผิดกฎหมาย
เช่นเดียวกับที่จังหวัดพังงา ผู้ประกอบการเรือประมงในพื้นที่ท่าเทียบเรือทับละมุ ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง ท่าเทียบเรือบ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า และ ท่าเทียบเรือคุระ อำเภอคุระบุรี เตรียมหยุดนำเรือประมงออกไปหาปลาในทะเลกว่า 3,000 ลำในวันพรุ่งนี้ (10 เม.ย.61) หลังชาวประมงจังหวัดพังงาได้รับความเดือดร้อนจากการออกประกาศของภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย แต่ชาวประมงไม่สามารถปฏิบัติตามได้จริง จึงต้องการเรียกร้องขอให้รัฐบาลทบทวนประกาศดังกล่าว