“คณะโบราณคดี” ฟีเวอร์ “รองคณบดี” เตือนอาจไม่ “โรแมนติก” เหมือนในละคร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้ละครดังอย่างบุพเพสันวาสจะลาจอไปแล้ว แต่กระแสความแรงยังคงปรากฎให้เห็นอยู่นอกจากตัวนักแสดงแล้วยังมีการแต่งชุดไทย การไปย้อนรอยโบราณสถานในสมัยนั้นอย่างอยุธยา และลพบุรี ก็พบว่ามีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือทำให้หลายคนหันหลังกลับมามองย้อนไปถึง “ประวัติศาสตร์” ในอดีตมากขึ้น และไปค้นคว้าต่อ ขณะที่บางรายตัดสินใจเลือกเรียน “คณะโบราณคดี” จนทำให้คณะนี้ฟีเวอร์ ติดอันดับมีคนสมัครแซงคณะอื่นๆ จากกระแสละครเรื่องนี้ เช่นกัน

จากกระแสของละครที่เกิดขึ้น “ผศ.ดร.อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช” รองคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า ธรรมชาติของตัวละครและนิยายนั้น หากจะมองคงเป็นเรื่องของ “ความบันเทิง” เป็นหลัก แม้แต่นิยายเราก็มีการเรียกทั้งนิยายอิงประวัติศาสตร์ นิยายแนวโรแมนติกคอมมาดี้ เป็นต้น สำหรับเมื่อนิยายอิงประวัติศาสตร์ของคุณอุ้ย จันทร์ยวีร์ สมปรีดา เจ้าของนามปากกา “รอมแพง” น่าจะเป็นส่วนเสริมเพื่อสร้างบรรยากาศว่าเรื่องราวทั้งหมดมันเกิดในอดีต แล้วเขาสร้างอดีตขึ้นมาให้เรารู้สึกถึงความเป็นอดีตมากน้อยแค่ไหน อันนี้น่าจะเป็นส่วนที่ตามมามากกว่า


รองคณบดีคณะโบราณคดี  กล่าวต่อว่า เรื่องของบุพเพสันนิวาสเริ่มเรื่องในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ โดยโครงหลักของตัวละครอย่างสมเด็จพระนารายณ์ พระเพทราชา หรือพระเจ้าเสือ ที่กล่าวมานี้เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ แต่ในเรื่องรายละเอียดย่อยอย่าง ฟอลคอนที่บอกว่า เป็นคนดีหรือไม่ดีนั้น  ศรีปราชญ์มีจริงหรือไม่จริงนั้น เรื่องเหล่านี้ในแง่ของประวัติศาสตร์มันไม่มีคำตอบที่ตายตัวนัก ในการศึกษาประวัติศาสตร์นั้นมันมีคำตอบได้หลายอย่าง เพราะเราไม่มีใครเกิดทัน

ที่ผ่านมาทางคณะได้เชิญคุณอุ้ย (รอมแพง) มาให้ความรู้กับนักศึกษานั้น เธอบอกตามตรงว่า ที่หาข้อมูลมา 2-3 ปีนั้น ก็พอรู้ว่ามีประเด็นทางประวัติศาสตร์อะไรบ้าง ในท้ายที่สุดเพื่อดำเนินเรื่องให้ไปเป็นตามที่วางไว้ ก็ต้องเลือกว่าให้เป็นพล็อตแบบนี้ เลยทำให้บางเรื่องเมื่อแสดงออกมาทำให้ไม่โดนใจใครหลายคน ที่บอกว่าประวัติศาสตร์ที่แท้จริงต้องเป็นอย่างนี้ แต่การที่คิดได้ต่างๆนานา เนื่องจากไม่มีใครเกิดทัน เลยทำให้มีความคิดได้หลายแบบ แล้วอีกประเด็นคือการแต่งนิยายมันต้องมีขนบหรือประเด็นทางนวนิยายเองเลยทำให้เกิดเป็นเรื่องที่เราอ่าน


ส่วนประวัติของ “ฟอลคอล” อาจจะมีหลายมุม แต่ในนิยายหรือในละครมีการกำหนดให้ตัวละครอย่าง ฟอลคอน มีมุมแบบนี้ อาจจะทำให้คนดูตีความแบบนั้นแบบเดียวหรือไม่นั้น รองคณบดีคณะโบราณคดี มองว่า ไม่กังวล เพราะเรื่องในนวนิยายหรือเรื่องละครก็เป็นอีกมุม ส่วนเรื่องเชิงวิชาการก็เป็นอีกมุมหนึ่ง ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของคนดูมันก็จะแตกต่างกันไป ถ้าถามตามความจริงเราควรดู ด้วยความรู้สึกสนุกกับมันมากกว่า มันเป็นละคร แต่บางอย่างที่ตามมาจากความสนใจของละครที่ไปค้นคว้าต่อก็เป็นความงอกเงยทางวิชาการ

“เอกสารที่พูดถึงฟอลคอลก็มีหลากหลาย มีบันทึกของชาวต่างชาติที่เข้ามาในเวลานั้น ทั้งเอกสารทางไทย ถ้าเราอ่านเอกสารชุดนี้อาจจะมองว่าฟอลคอลเป็นคนไม่ดี แต่พออ่านอีกเอกสารหนึ่งอาจจะมองว่าฟอลคอนก็เป็นคนดีอยู่เหมือนกัน แต่ในตัวละครที่นำเสนอเราดูบางมุม เขาไม่ใช่ตัวละครดำ แต่ออกเป็นตัวละครสีเทา เขามีความดูไม่ดีแต่ลึกๆก็มีความดี ผสมอยู่ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความเป็นคนให้เห็นได้ทุกมุม แตกต่างจากประวัติศาสตร์ที่เราได้เรียนในสมัยประถมหรือมัธยม สมัยก่อนคือการท่องจำว่าคนนั้น เป็นอย่างนี้ คนนี้นิสัยไม่ดี แต่เมื่อศึกษาในเชิงลึกขึ้นแบบที่เราต้องวิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ เราอ่านแค่ตำราในห้องเรียนเท่านั้นไม่พอ เราต้องดูเอกสารรอบด้านแล้วต้องประมวลออกมา  ปัจจุบันนี้ในหลายประเด็นทางวิชาการก็จะต่างกับสมัยที่เราเรียนในสมัยเป็นเด็ก”

ผศ.ดร.อชิรัชญ์  มองว่า ละครอาจจะเป็นจุดประกาย เป็นการดูเพื่อคลายเครียด ดูแล้วสนุก แต่ส่วนตัวดูเอง เมื่อดูถึงตอนจีนฮงที่ต้องไปหาที่ตลาดน้อย เราก็มาคิดถึงตลาดน้อยที่กรุงเทพฯ ที่สำเพ็งเยาวราช ก็คิดว่าประเด็นนี้น่าสนใจแล้วไปค้นคว้าต่อ เช่นเดียวกับเด็กๆที่ดูละครเรื่องนี้ แล้วสนใจประวัติศาสตร์แล้วก็ไปค้นคว้าต่อ ก็เหมือนเป็นการจุดประกาย แต่อย่าเอากรอบของตัวละคร ตัวนวนิยาย ว่านี่คือความจริงในประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการตีกรอบ ความงอกงามทางความคิดจะไม่เกิดขึ้น ต้องไปศึกษาค้นคว้าต่อ

ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา “คณะโบราณคดี” ไม่ได้ติดอันดับหนึ่งในห้า ของศิลปากรที่มีเด็กมาสมัครเยอะขึ้น จากหลายปีก่อนก็มีกระแสมาจากละครเทพบุตรจุฑาเทพ ที่พระเอกเป็นนักโบราณคดี ช่วงนั้นก็มีฟีเวอร์เข้ามา แต่บุพเพสันนิวาสนั้น ก็ยิ่งทำให้ฟีเวอร์เยอะกว่าที่เป็นมาจนติดอันดับหนึ่งของศิลปากร ถ้ามองในแง่หนึ่งก็ดีใจว่าคณะเราเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น จากที่เมื่อก่อนคนจะไม่คิดถึง และไปคิดถึงคณะอื่นมากกว่า

 

“ความเป็นห่วงในการที่นักศึกษามาเลือกที่คณะเรามันเป็นเรื่องของความชอบระยะสั้นหรือความชอบจริงๆ ถ้าดูแล้วรู้สึกว่าเราชอบประวัติศาสตร์แล้วอยากค้นหาต่อก็เข้ามาศึกษา อันนี้อาจจะมาถูกช่อง แต่ถ้ามาแบบกระแสชั่วคราว ชอบ ปลื้ม มันอาจจะไม่เหมือนในละคร ถ้าชอบมันไม่ยาก แต่ถ้าชอบเพราะกระแสจะยากทันที ในละครจะเห็นการออกภาคสนาม นั่นคือแค่ส่วนหนึ่ง ซึ่งจะมีหลายภาควิชา ที่ออกภาคสนามเป็นอาทิตย์ ที่ต้องไปนอนวัด ไม่ใช่แค่ไปดูวัดไชยวัฒนาราม มีอาจารย์นำชม แล้วไม่โรแมนติกเหมือนในละคร บางครั้งถ้าไม่ชอบจริงๆ แล้วต้องมาทำวิจัย ทำธีสิต ก็จะกลายเป็นความระทมทุกข์ได้เหมือนกัน”

อย่างสองปีที่แล้วมีเด็กมาสัมภาษณ์บอกว่าอยากเรียนเพราะอ่านหนังสือบุพเพสันนิวาสเลยทำให้อยากเรียน และมาสอบที่นี่ จนถึงปัจจบันก็ยังเรียนที่นี่อยู่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเป็นการจุดประกายเด็ก ให้เด็กรู้จักโบราณคดีคืออะไร แม้แต่ก่อนหน้าที่ไม่มีกระแส ตอนนั้นยังไม่รู้จะเรียนอะไรดี พอเรียนไปแล้วมันไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่าโบราณคดีเรียนอะไร ก็หากดูละครแล้วชอบให้ลองศึกษาดูก่อนว่าเขาเรียนอะไร เพื่อให้รู้จริง แม้กระทั่งดูละครเมื่อสงสัยก็ต้องไปศึกษาค้นคว้าต่อว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตามจากกระแสบุพเพสันวาสก็ทำให้คนตื่นตัวไปเที่ยวโบราณสถาน ทั้งลพบุรีกับอยุธยา รองคณบดีคณะโบราณคดี ย้ำว่า โบราณสถานเหล่านี้มีอายุหลายร้อยปี หากไปท่องเที่ยวอย่างไม่ระมัดระวัง ก็อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ จริงๆแล้วโบราณสถานเหล่านี้มันจะมีการเสื่อมสภาพอยู่แล้ว หากไปกันเยอะก็อาจจะเป็นตัวเร่งให้เกิดความเสื่อมสภาพเร็วขึ้น จึงควรที่ไปท่องเที่ยวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้โบราณสถานโบราณวัตถุไม่ให้เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว

 

ชมคลิปที่นี่..."รองคณบดี" เตือนแห่เรียน "โบราณคดี" ตามกระแส"ออเจ้า" คิดให้ดี ไม่โรแมนติกเหมือนในละคร

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ