เมื่อวันที่ (3 พ.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมายเลขบัญชีนี้ถูกส่งมาให้ทีมข่าว PPTV หลังทีมข่าวตอบตกลงสมัครสมาชิก “อาชีพเสริมออนไลน์” ประเภทแพ็คดินสอจำนวน 300 แพ็ค แลกกับค่าแรง 600 บาท ซึ่งตรงกับเลขบัญชีที่ผู้เสียหายรายหนึ่งเคยโอนเงินไปให้ เมื่อตรวจสอบชื่อนามสกุลเจ้าของบัญชีนี้ พบเคยมีคนนามสกุลเหมือนเจ้าของบัญชีนี้ถูกดำเนินคดีฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” หลอกเหยื่อโอนเงินค่าสมัครเมื่อปี 2559
พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เผยว่า “มิจฉาชีพออนไลน์” ปรับวิธีหลอกลวงไปเรื่อย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี โดยใช้ระบบ “ตัวแทน” หรือ “แม่ข่าย” รับโอนเงินค่าสมาชิกทำอาชีพออนไลน์
จากนั้นจะแบ่งเงินโดยการหักเงิน 80 เปอร์เซ็นโอนให้หัวหน้าขบวนการ ผ่านบัตรเงินสด แต่คนที่รับชะตากรรมถูกดำเนินคดีฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” กลายเป็นตัวแทนรับสมัครแทนซึ่งอาจมีทั้งรู้เห็นหรือไม่รู้เห็นเรื่องการโกงเงิน ข้อมูลจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่า เหยื่อที่ถูกหลอกทำอาชีพเสริมออนไลน์ เข้ามาร้องเรียนเดือนละ 30 – 40 เรื่อง ส่วนใหญ่ถูกหลอกให้โอนเงินค่าสมาชิก 200 ถึง 10,000 บาท จะได้ค่าตอบแทนหลังช่วยโพสต์ขายสินค้า โพสต์รับสมัครงาน และหาคนแพ็คสินค้าต่างๆตามข้อตกลง
ส่วนการขยายผลจับกุมหาตัวการรายใหญ่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ มีการเปิดกลุ่ม ปิดกลุ่ม หนีไปเรื่อยๆ ขอให้ประชาชนเก็บหลักฐานการโอนเงิน แชทการคุยผ่านไลน์ แจ้งความกับตำรวจเพื่อสืบสวนเอาผิด และตรวจสอบประวัติงาน คนจ้างงานให้ดีก่อนโอนเงินรับทำ