ตำรวจท่องเที่ยวกาญจนบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นของศาลจังหวัดกาญจนบุรี เข้าตรวจสอบโรงแรมกาญจนบุรีคาวบอย หลังสืบทราบว่า มีผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล ของประเทศเกาหลีใต้ ในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายมากกว่าสองร้อยล้านบาท หลบหนีเข้ามาอาศัยอยู่ในโรงแรมดังกล่าว จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายบิยอง แท เจิน หรือนายแสง จันทร์นวล อายุ 54 ปี และนางควาง ซุก ซิน อายุ 54 ปี ได้ในขณะที่ทั้งคู่ กำลังหลบหนีขึ้นไปซ่อนตัวอยู่บนหลังคาของโรงแรม โดยนายบิยอง แท เจิน ซ่อนตัวอยู่บริเวณข้างตู้แอร์ และนางควาง ซุก ซิน เข้าไปหลบอยู่ใต้ช่องหลังคากระเบื้อง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับกุม นายอเนกทัศน์ แก้วสีรัง อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นผู้จัดการโรงแรมดังกล่าว ในข้อหา ให้บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมายเข้าพักอาศัยอีกด้วย โดยในระหว่างรอแถลงข่าวนั้น มีผู้เสียหายชาวเกาหลีที่ถูกผู้ต้องหาทั้งสองรายหลอก ได้เดินทางมาแจ้งความเพิ่ม พร้อมนำหลักฐานมายืนยันว่า ถูกทั้งสองคน ชักชวนให้ร่วมลงทุนเปิดคาสิโน เป็นเงินถึง 45 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมเอกสารหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมาแสดง เพื่อเตรียมดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองรายเพิ่มเติมด้วย
ด้านพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่าทั้ง 2 คน เป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศเกาหลีใต้ข้อหาฉ้อโกงโดยเหตุเกิดเมื่อปี พ.ศ.2548 โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2548 โดยแฝงตัวในคราบนักธุรกิจเจ้าของโรงแรม รวมเวลา 13 ปี และ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2561ที่ผ่านมา ยังมีกลุ่มผู้เสียหายชาวเกาหลีใต้ จำนวน 4 คนจากจำนวนผู้เสียหายทั้งหมด 15 คน เดินทางจากประเทศเกาหลีใต้ มาแจ้งความเพิ่มเติม ซึ่งกลุ่มผู้เสียหายกลุ่มที่สองนี้ ถูกผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ชักชวนให้ลงทุนก่อสร้างโรงแรมกาญจนบุรีคาวบอย โดยอ้างว่าจะสร้างเป็นเมืองท่องเที่ยวสำหรับชาวเกาหลีใต้โดยเฉพาะ ทำให้ผู้เสียหายทั้งหมดหลงเชื่อและร่วมลงทุนโดยได้โอนเงินให้แก่ผู้ต้องหาทั้งสองรวมเป็นเงินจำนวนหนึ่งร้อยล้านบาท
ต่อมาเมื่อต้นเดือน ก.พ. 2561 ผู้ต้องหาได้บอกให้ผู้เสียหายจ่ายเงินซื้อที่ดินข้างโรงแรมเพิ่มอีก 20 ล้านบาทและยังผัดผ่อนการเปิดโรงแรมออกไปถึง 3 ครั้ง ผู้เสียหายจึงทวงถามกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว และการเปิดกิจการโรงแรม แต่ผู้ต้องหาได้ข่มขู่ห้ามผู้เสียหายเดินทางภายในประเทศไทย โดยอ้างว่ามีหมายจับผู้เสียหายจึงตรวจสอบปรากฏว่าไม่ได้เป็นไปตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างแต่อย่างใด
จึงมั่นว่าถูกหลอก และเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่าม่วงเพื่อแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป