กรณีนี้ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้มีการแนะนำข้อกฎหมายในกรณีนี้ว่า เจ้าหนี้สามารถใช้การสนทนาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินหรือฟ้องคดีได้ โดยให้ถือว่าข้อความดังกล่าวเป็นหนังสือและหลักฐานการกู้ยืมเงิน โดยให้เจ้าหนี้รวบรวมหลักฐาน คือ หลักฐานข้อความสนทนาในการขอกู้ยืมเงินผ่านแชท หรือกล่องข้อความออนไลน์ , หลักฐานบัญชีของผู้กู้เงิน และ หลักฐานการโอนเงินผ่านธนาคาร หรือแอพพลิเคชั่นของธนาคาร หากชื่อบัญชีผู้ใช้ในสื่อสังคมออนไลน์ กับชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารไม่ตรงกัน ควรให้ผู้ขอกู้ยืมเงินยืนยันและอธิบายว่าบัญชีธนาคารเป็นของใคร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ขอกู้ยืมเงิน
เจ้าหนี้ต้องรู้ !! แชทขอยืมเงินเท่ากับทำ “สัญญากู้ยืมเงิน”
หนึ่งในปัญหาที่หลายคนอาจจะพบเจอในชีวิตประจำวัน เมื่อมีคนรู้จักหรือเพื่อนมาขอยืมเงิน ผ่านทาง “ไลน์” หรือ “สื่อสังคมออนไลน์” อื่นๆ หลังจากนั้นก็หายไม่นำเงินมาคืน ตามที่ตกลงกันไว้ จนทำให้ผู้ที่ถูกยืมเงินไปนั้น ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือกู้ยืมเงินหรือสัญญากู้ยืมเงินที่มีการลงลายมือชื่อของผู้กู้ หากจะแจ้งความดำเนินคดีก็เกรงว่าจะไม่สามารถทำได้นั้น