คณะรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกาศเก็บภาษี ในอัตรา 25 เปอร์เซนต์ สำหรับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ที่มีมูลค่านำเข้ารวมกันทั้งสิ้น 34,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.1 ล้านล้านบาท โดยจะให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค นี้
กระทรวงพาณิชย์ของจีนเปิดเผยว่าสินค้าจากสหรัฐฯที่ถูกตั้งกำแพงภาษีในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรและยานยนต์ ทั้ง ถั่วเหลือง อาหารทะเล เนื้อหมู รถยนต์ไฟฟ้า และ รถยนต์ไฮบริด
โดยประกาศเก็บภาษีดังกล่าวเป็นการตอบโต้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเก็บภาษีในอัตรา 25 เปอร์เซนต์ สำหรับสินค้านำเข้าจากจีนจำนวน 818 รายการ ซึ่งมีมูลค่ารวมกัน 34,000 ล้านดอลลาร์ โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 ก.ค นี้เช่นกัน
ซึ่งสินค้าจีนที่ถูกเก็บภาษีนำเข้า 25 เปอร์เซนต์ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเทคโนโลยี โดย ทรัมป์ อ้างว่าการสั่งตั้งกำแพงภาษีเป็นการตอบโต้ที่จีนละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสินค้าสหรัฐฯและใช้นโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม
นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังระบุว่าจะมีการฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วนในสังคมเกี่ยวกับแผนการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจากสินค้าจีน ที่จะมีมูลค่ารวมกัน 16,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถ้าหากได้รับความเห็นชอบและมีการบังคับใช้ ก็จะเท่ากับว่าสินค้าจีนที่ต้องเผชิญกับการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐฯ จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งจีนยืนยันว่า พร้อมจะตั้งกำแพงภาษีในระดับเดียวกับสหรัฐฯ