รองโฆษกอัยการสูงสุด ซัดเหยื่อเสียชีวิตไปตั้งกี่ราย กลับเพิ่งมีประหารชีวิตนักโทษ!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด มั่นใจบทลงโทษประหารชีวิตจะช่วยลดอาชญากรรมได้ส่วนหนึ่ง ชี้ประเทศไทยเหมาะสมที่จะใช้กฎหมายดังกล่าว ยันไม่เกินกว่าเหตุ

วันนี้ (20 มิ.ย.61) นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด หรือ อสส. กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการใช้บทลงโทษประหารชีวิตนักโทษชายรายหนึ่ง ว่า มั่นใจว่าโทษประหารชีวิตจะช่อยลดอาชญากรรมได้ส่วนหนึ่ง เพราะอย่างน้อยโทษหนักก็ทำให้มีสติ ยั้งคิดยั้งทำได้ ว่าความผิดอย่างนี้ถึงประหารนะ หรืออย่างน้อยคนที่รู้ก็จะได้นำเรื่องนี้ไปบอกคนใกล้ตัว หรือสอนลูกสอนหลาน ซึ่งเป็นเรื่องที่เหมาะกับสังคมในแต่ละสังคม โดยในสหรัฐอเมริกา บางรัฐเคยยกเลิกโทษประหารไปแล้ว แต่ปรากฏว่าสถิติอาชญากรรมก็ไม่ได้ดีขึ้น สุดท้ายนำโทษประหารกลับมาใช้ใหม่ ฉะนั้นประเทศไทยซึ่งมีโทษประหาร แต่ไม่ได้ประหารใครมา 9 ปีแล้ว และรายนี้จริง ๆ ก็เป็นไปตามกลไกปกติ คือ จำเลยปฏิเสธต่อสู้คดี ก็ไม่ได้มีเหตุลดหย่อนมาผ่อนโทษ และต่อสู้คดีมาตลอดตั้งแต่ชั้นอุทธรณ์ ไปถึงชั้นฎีกา ปฏิเสธตั้งแต่ชั้นจับกุม ถ้าสารภาพก็มีสิทธิ์ลดหย่อนซึ่งแล้วแต่ศาลจะดุลยพินิจว่า สารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน หรือ สารภาพเพราะสำนึกผิด ศาลก็จะพิจารณาเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะลดหย่อนโทษ

อ่าน : ประหารชีวิตนักโทษคดีฆ่าชิงทรัพย์คนแรกในรอบ 9 ปี

อ่าน : ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต!! “ทนายอนันต์ชัย” ชี้โทษประหารชีวิตช่วยลดความทุกข์ทรมานให้ญาติเหยื่อ

ทั้งนี้แต่ถึงจำเลยจะรับสารภาพ ก็จะมีเงื่อนไขอยู่ คือ รับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ก็อาจจะไม่ลดหย่อนโทษ หรือรับเพราะสำนึกผิด ก็จะต้องไปดูการพิจารณาคดี ซึ่งศาลเป็นผู้พิจารณา อัยการมีหน้าที่ยื่นฟ้องและสืบพยานให้ศาลเห็นว่าจำเลยกระทำผิดอย่างไร จำเลยก็จะมีทนายที่เข้ามาต่อสู้คดี แล้วคดีประเภทนี้ถ้ามีฐานะยากจน ก็สามารถที่จะร้องขอทนายให้เข้าช่วยเหลือได้ ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมที่มอบให้จำเลยแล้ว

“ประเทศไทยเราก็มีเอกราชของเรา เพราะฉะนั้นกฎหมายเราเขียนอย่างนี้ เราก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมายไทย ต่างประเทศเราไปประเทศเขา เรายังต้องเคารพกฎหมายเขา เพราะฉะนั้นเมื่อประเทศไทยเรายังเหมาะสมกับกฎหมายที่ใช้อยู่อย่างนี้ ลองคิดดูสิครับว่า เหยื่อเสียชีวิตไปตั้งกี่รายแล้ว เราเพิ่งประหารชีวิตรายนี้ เราเห็นข่าวตลอดที่มีเหยื่ออาชญากรรมถูกทำร้าย ถูกฆ่า ผมคิดว่าตามกระบวนการตามกฎหมายเรา มันไม่มีอะไรที่เกินไป” รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าว

ผศ.ดร.ฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุล ประธานคณะกรรมการหลักสูตรอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยามหิดล กล่าวว่า คนไทยส่วนใหญ่ยอมรับว่ายังจำเป็นต้องมีโทษประหารชีวิต เพราะยอมรับในทฤษฎีการลงโทษ คือ เรื่องการข่มขู่ การลงโทษจะมีหลายวัตถุประสงค์ แต่วัตถุประสงค์หนึ่งในการกำหนดโทษก็คือการข่มขู่ ซึ่งก็ยังมีใช้อยู่ อย่างน้อยถ้ารู้ว่ามีโทษประหาร คนที่จะทำความผิดก็จะไตร่ตรอง โดยในสังคมไทยเรามองว่า ตรงนี้ยังเป็นเรื่องจำเป็นอยู่ แต่อาจจะต่างกับในต่างประเทศ ที่จะใช้เงื่อนไขโทษประหารเป็นการต่อรองคำรับสารภาพ ในสังคมส่วนรวมยังยอมรับอยู่ว่าการมีโทษส่วนหนึ่งนั้นผลกระทบต่อเรื่องการข่มขู่ หรือยับยั้ง

“คิดว่าถ้าไม่มีโทษประหาร อาจจะวุ่นวายพอสมควร เพราะในกระบวนการยุติธรรมเรายังยอมรับว่าในเรื่องการข่มขู่ ในเงื่อนไขของการลงโทษ มันยังใช้ได้อยู่ เพราะว่าอย่างน้อยคนกระทำผิดก็จะรู้สึกว่ายังไงก็ไม่ตาย  เพราะฉะนั้นการสำนึกในการกระทำ ความผิดมันก็อาจจะไม่มี เหมือนเรามีอุปกรณ์เครื่องมือหลาย ๆ อย่าง เพียงแต่เลือกใช้ให้มันเหมาะสม ณ เวลาและโอกาส มันก็ยังเป็นสิ่งที่ใช้ได้” ผศ.ดร.ฐนันดร์ศักดิ์ กล่าว

 

ชมคลิปรายการเต็ม >> “อัยการ” เผย “นช.มิก” ได้โทรสั่งเสียญาติก่อนถูก “ประหาร” และสิ้นใจอย่างสงบ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ