เปิดใจครั้งแรก 13 ชีวิตทีมหมูป่าหลังออกจากถ้ำหลวง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หมอ-นักจิตวิทยา-หมอภาคย์ ยัน 13 ชีวิตทีมหมูป่ากำลังใจดี พร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตปกติ

วันนี้ (18 ก.ค.61) เวลา 18.00 น. ในรายการเดินหน้าประเทศไทย จัดตอนพิเศษ “ส่งทีมหมูป่ากลับบ้าน” ให้ 13 ชีวิตทีมหมูป่า อะคาเดมี่ ซึ่งติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.61 และได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำทั้งหมดในวันที่ 10 ก.ค.61 รวมเวลาติดอยู่ในถ้ำ 18 วัน โดยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มาเปิดใจ มีนายสุทธิชัย หยุ่น ทำหน้าที่ดำเนินรายการ

นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวถึงสุขภาพของทีมหมูป่า ว่า กำลังใจของทีมหมูป่าดีเยี่ยม มีความเข้มแข็งภายใน และโรงพยาบาลจัดกิจกรรมทางจิตวิทยาให้ทีมหมูป่าพบกับแพทย์และพยาบาลก่อนต้องออกจากโรงพยาบาล ซึ่งทุกคนอยากกลับบ้าน ด้านหลักสาธารณสุขทุกคนน้ำหนักขึ้นมา 3 กิโลกรัม ยืนยันว่ากำลังกายและกำลังใจของน้องๆ พร้อมแล้วที่จะกลับไปใช้ชีวิตปกติ

พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือ หมอภาคย์ ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือหน่วยซีล ที่เข้าไปอยู่ดูแลน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี่อยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน กล่าวว่า สุขภาพของทีมหมูป่าพร้อมตั้งแต่อยู่ในถ้ำแล้ว จากการสังเกตเด็กๆ หลังได้รับอาหารไปแล้ว 3-4 มื้อ ซึ่งมีการพูดคุยกันมากขึ้น ทำให้มั่นใจว่าทีมหมูป่าพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตได้แล้ว

พญ.พัชนีวรรณ อินต๊ะ หัวกลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวว่า สภาพร่างกายและจิตใจของน้องๆ มีความพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตปกติได้แล้ว

ทั้งนี้ ผู้ดำเนินรายการถามว่าใครคือคนที่พูดกับนักดำน้ำชาวอังกฤษ ด.ช.อดุลย์ สามออน หนึ่งในทีมหมูป่าที่ติดถ้ำหลวง เล่าถึงนาทีที่พบนักดำน้ำชาวอังกฤษ ว่า โค้ชเอกให้รีบลงไปหานักดำน้ำชาวอังกฤษ เพราะได้ยินเสียงคนคุยกัน ตนจึงรีบลงไปหาและทักทายก่อนด้วยคำพูดว่า “ฮัลโหล” จากนั้นนักดำน้ำชาวอังกฤษถามว่ามีกันกี่คน ซึ่งตนตอบไปว่า 13 คน

ส่วนคำถามที่ว่าเข้าไปในถ้ำหลวงทำไม นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก ตอบว่า ส่วนตัวเคยไปถ้ำมาก่อนแต่มีน้องๆ บางคนไม่เคยไปเลย ซึ่งตนเคยไปลึกกว่าจุดเนินนมสาว ซึ่งเหตุการณ์ครั้งที่ไปกับครั้งนี้เหมือนกันคือมีน้ำในถ้ำนิดๆ โดยบอกให้ทุกคนที่จะเข้าไปว่าจะมีเวลาอยู่ในถ้ำ 1 ชั่วโมงเพราะต้องไปส่งน้องไตตั้น (ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง) ไปเรียนพิเศษ นอกจากนี้ไม่มีการจัดงานวันเกิดในถ้ำ เพราะน้องไนท์ (นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ) ต้องกลับไปจัดงานวันเกิดที่บ้าน

โค้ชเอก เล่าต่อว่า รู้ตัวว่าติดอยู่ในถ้ำหลังเข้าไปเลยเนินนมสาวแล้ว ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าเรียกอะไร มารู้ภายหลังเรียกว่า เมืองบาดาล เพราะต้องว่ายน้ำไป กระทั่งทุกคนเข้าไปถึงแล้วแต่เมื่อมองนาฬิกาพบว่าเลยเวลาแล้ว จึงให้ทุกคนกลับออกมาจนมาถึงสามแยกและพบว่ามีน้ำขึ้นทำให้ติดอยู่ในถ้ำ จากนั้นพาทุกคนขึ้นมาอยู่บนบก เพราะคิดว่าอาจเป็นปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลงคิดว่าพรุ่งนี้น้ำอาจลด จึงหาที่นอน และไม่ได้จัดเตรียมอาหารเข้าไปในถ้ำด้วย

ทั้งนี้ น้องๆ ทีมหมูป่า เล่าว่า หลังอยู่ในถ้ำ 10 วันก่อนนักดำน้ำชาวอังกฤษจะมาพบทำให้มีอาการไม่มีแรง หิว หน้ามืด โดยเมื่อมีความรู้สึกหิวมากๆ จะพยายามไม่คิดถึงกับข้าว ขณะที่เวลาว่างจะนำหินไปขุดผนังถ้ำเพื่อหาทางออก

นอกจากนี้ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือ หมอภาคย์ เล่าถึงแผนในการนำทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำ ว่า หลังพบทั้ง 13 คน ตนได้เข้าไปอยู่กับเด็กๆ แต่สิ่งที่ไม่คิดคือการพาน้องๆ ออกจากถ้ำด้วยการดำน้ำออกทางเดิม ซึ่งตนคิดไว้ว่าน่าจะเจาะโพรง แต่เท่าที่ฟังแผนจากนักดำน้ำชาวต่างชาติที่นำอาหารมาให้บอกให้อยู่ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งก็รอการตัดสินใจจากด้านนอก

นอกจากนี้ ชีวิตที่อยู่ในถ้ำด้วยกันหลังเจ้าหน้าที่พบทีมหมูป่า 9 วันก่อนนำตัวออกจากถ้ำ โค้ชเอก บอกว่า เป็นความผูกพันเพราะกินด้วยกันนอนด้วยกัน ระยะเวลา 9 วันเป็นเรื่องที่ต้องแบ่งปันกันทั้งเรื่องอาหารและการดูแล ซึ่งมีความรู้สึกเหมือนครอบครัว

ส่วนแผนการนำทีมหมูป่าออกจากถ้ำ โค้ชเอก บอกว่า มีตนกับหน่วยซีลที่ปรึกษากัน โดยการเลือกคนที่ออกจากถ้ำก่อน ได้เลือกให้น้องๆ ที่บ้านอยู่ไกลออกก่อน เพราะน้องๆ บอกว่าเมื่อออกจากถ้ำแล้วจะปั่นจักรยานกลับบ้าน ซึ่งการเลือกเด็กออกจากถ้ำก่อนหลังไม่มีเรื่องใครอ่อนแอออกก่อน แต่การออกจากถ้ำเป็นความสมัครใจของน้องๆ

ทั้งนี้ พ.ท.นพ.ภาคย์ กล่าวว่า หลังจากคุยกับ นพ.ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ ทุกคนไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ

ส่วนการจากไปของ “จ่าแซม” หรือ “นาวาตรีสมาน กุนัน” โค้ชเอก กล่าวว่าประทับใจจ่าแซม เพราะยอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องน้องๆ ทั้ง 13 คน ซึ่งทุกคนเมื่อรู้ว่ามีคนเสียสละชีวิตเพื่อเรา ทุกคนเสียใจมาก รู้สึกเหมือนตนเองเป็นต้นเหตุให้ครอบครัวพี่จ่าแซมต้องเดือดร้อน

หากต้องถอดบทเรียนเหตุการณ์ครั้งนี้ โค้ชเอก กล่าวว่า ตนซาบซึ้งในน้ำใจของทุกคน จะใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ที่ตนได้ประสบภัยในครั้งนี้ จะใช้ชีวิตไม่ประมาท

ขณะที่น้องๆ ทีมหมูป่า บอกถึงการถอดบทเรียนครั้งนี้ว่า การที่เราประมาทในชีวิต ซึ่งไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ที่ไม่คิดก่อนทำอาจส่งผลดีหรือไม่ดีให้กับเราในวันข้างหน้า จากนี้จะใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด ส่วนน้องๆ ทีมหมูป่าบางคนในอนาคตนอกจากอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพแล้ว ก็อยากเป็นหน่วยซีลด้วย

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า วันนี้นายอำเภอจะเป็นแกนกลางในการเข้าไปดูแลเด็กๆ ซึ่งตนจะเฝ้าติดตามจนกว่าเด็กๆ จะคืนสู่สภาพปกติก่อนเกิดเหตุการณ์

สำหรับ 13 คน ประกอบด้วย 1.(โค้ชเอก) นายเอกพล จันทะวงษ์ อายุ 25 ปี โค้ชทีมฟุตบอล 2.(อดุลย์) ด.ช.อดุลย์ สามออน อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านเวียงพาน 3.(โน๊ต) ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ 4.(เติ๊ล) ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทราย อายุ 14 ปี ม.2 โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ 5.(นิค) ด.ช.พิพัฒน์ โพธิ อายุ 15 ปี โรงเรียนบ้านสันทราย 6.(มิกซ์) ด.ช.ภานุมาศ แสงดี อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ 7.(ดอม) ด.ช.ดวงเพชร พรมเทพ อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ 8.(ไตตั้น) ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง อายุ 11 ปี โรงเรียนอนุบาลแม่สาย 9.(บิว) ด.ช.เอกรัตน์ วงค์สุขจันทร์ อายุ 14 ปี โรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา 10. (ไนท์) นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ อายุ 16 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ 11. (ตี๋) นายพรชัย คำหลวง อายุ 16 ปี โรงเรียนบ้านป่ายาง 12. (พงษ์) ด.ช.สมพงษ์ ใจวงค์ อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ และ13.(มงคล) ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี ชั้น ม.1 โรงเรียนบ้านป่าเหมือด

อ่านเพิ่มเติม : Hooyah! สรุปเหตุการณ์ถ้ำหลวงพา 13 ชีวิตหมูป่ากลับบ้าน

ประวัติ "หมอภาคย์" มนุษย์ที่แกร่งที่สุดในปฐพีนำทีมแพทย์ช่วย13ชีวิต

“หมอภาคย์” ยก “โค้ชเอก” ฮีโร่ตัวจริง สอนเด็กให้มีสติ-ความหวัง-ระเบียบวินัย

รวมตัวเฉพาะกิจระดับโลก “กู้ภัยทีมหมูป่า”

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ