วันนี้ (27 ก.ค.61) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า คืนวันอาสาฬหบูชา เกิด 3 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตาม ตลอดคืน 27 ถึงรุ่งเช้า 28 กรกฎาคม 2561 โดยดาวอังคารอยู่ตรงข้ามดวงอาทิตย์ ก่อนโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดในรอบ 15 ปี ทำให้สว่างมาก และมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติ ซึ่งคืนเดียวกันยังเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่ 2 ในรอบปี คราสเต็มดวงกินเวลา 1.43 ชั่วโมง นานที่สุดในศตวรรษที่ 21 และยังเป็นช่วงที่ดวงจันทร์ไกลโลกที่สุดในรอบปี นับว่าเป็นคืนพิเศษ สามารถเห็น “ดาวอังคารสีแดง เคียงข้างดวงจันทร์สีแดง” ได้ในคืนดังกล่าว จึงเชิญชวนคนไทยชม 3 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ ณ จุดสังเกตการณ์หลัก 4 แห่ง เชียงใหม่ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา และสงขลา พร้อมเครือข่าย 360 แห่งทั่วประเทศ
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า คืนวันที่ 27 กรกฎาคม 2561 เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการสังเกตการณ์ดาวอังคาร ที่จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ หลังจากนั้นจะโคจรเข้าใกล้โลกเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 ที่ระยะห่าง 57.6 ล้านกิโลเมตร จากระยะห่างเฉลี่ยประมาณ 225 ล้านกิโลเมตร เป็นการโคจรใกล้โลกที่สุดในรอบ 15 ปี นับตั้งแต่ปี 2546 ดาวอังคารจะสว่างมากและมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติ สังเกตเห็นได้หลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดทั้งคืนไปจนถึงรุ่งเช้าในวันถัดไป
นอกจากนี้ หลังเที่ยงคืน 27 กรกฎาคม 2561 ยังเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง ครั้งที่ 2 ในรอบปี 2561 คราสเต็มดวงพาดผ่านทวีปยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา บางส่วนของทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ มหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย และขั้วโลกใต้ สำหรับประเทศไทยสามารถสังเกตการณ์ได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ สังเกตได้ด้วยตาเปล่า ตั้งแต่เวลา 00.14 – 06:10 น. (ตามเวลาในประเทศไทย)
ขอบคุณรูปภาพจาก : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ