วันนี้ ( 7 ส.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุบิน ยาวิราช พ่อของ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ "น้องหญิง" พร้อมนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาญากรรม นำคลิปเสียงที่อ้างว่าสนทนากับพยาบาลที่ให้การช่วยเหลือนางสาวนรีกานต์ หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในวันที่ 19 กรกฎาคม ก่อนเสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งต่อโรงพยาบาลอีกแห่ง มาใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความวันนี้
นายอัจฉริยะอ้างว่า คลิปเสียงชุดนี้เป็นการยอมรับของพยาบาลชื่อที่ “สายชล” ว่าได้เผาทำลายกางเกงใน และยังโกหกว่าแม่บ้านเป็นคนเอาไปทำลาย จึงพาครอบครัวน้องหญิงมาแจ้งความดำเนินคดีกับพยาบาล และแม่บ้าน โดยขอให้โรงพยาบาลนำคลิปวงจรปิดในห้องฉุกเฉินมา เปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะในวันที่ตัวเองไปดูวงจรปิดวันที่ 29 กรกฎาคม ได้ดูเพียงช่วงที่ยืนยันว่ามีกางเกงในอยู่จริง แต่ภาพที่เห็นคือกางเกงในไม่ได้อยู่ในถุงตามที่โรงพยาบาลอ้าง และเมื่อไม่กี่วันมานี้โรงพยาบาลกลับอ้างว่ากล้องเสีย ส่วนทางโรงพยาบาลการุญเวช นายอัจฉริยะ จะให้ทนายครอบครัวน้องหญิงไปฟ้องดำเนินคดีทางแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย
วันนี้ทีมข่าวพีพีทีวีเดินทางไปที่โรงพยาบาลการุญเวช สาขาพระนครศรีอยุธยา โดยได้ข้อมูลว่า นางศศิมา มีจันทอง เป็นแม่บ้านที่เก็บขยะติดเชื้อไปทิ้งในวันเกิดเหตุ เธออธิบายว่า ปกติแม่บ้านจะเก็บขยะติดเชื้อวันละ 2 ครั้ง คือเวลา 7.30 น. และ15.00 น. ซึ่งตอนที่น้องหญิงมาถึง เป็นเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้นในช่วงเช้า ทำให้ไม่สามารถเข้าเก็บขยะตามรอบเวลาได้ จนกระทั่งเวลาเกือบ 8.00น. ได้รับคำสั่งให้เข้าทำความสะอาด จึงหยิบขยะติดเชื้อจำนวน 3 ถุง ไปทิ้งตามปกติ โดยไม่รู้ว่า ภายในจะมีหลักฐานที่ต้องนำไปใช้ในทางคดี
สอดคล้องกับ นพ.ธนะวัตร วัฒนวงษ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลการุญเวช ที่ระบุว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่า ทางโรงพยาบาลและบุคคลของโรงพยาบาล ไม่มีเจตนาทำลายหลักฐาน แต่เป็นการคัดแยกขยะเสี่ยงติดเชื้อตามขั้นตอน โดยที่ไม่มีใครทราบว่า กรณีของน้องหญิงจะกลายเป็นคดีความและต้องนำส่งกางเกงในผู้ป่วยไปเป็นหลักฐานในทางคดี
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลการุญเวช อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้ขยะติดเชื้อจะถูกขนย้ายไปทิ้งแล้ว แต่ตามวงรอบจะมีเวลาอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ กว่ารถจะนำขยะติดเชื้อไปกำจัด ซึ่งระหว่างนั้นก็ไม่มีใครมาติดต่อขอรับหลักฐานชิ้นนี้ไป ประเด็นเรื่องกล้องวงจรปิด จะขอหารือกับผู้อำนวยการใหญ่ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่พร้อมจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หากได้รับการประสานมา
อ่านเพิ่มเติม: