เมื่อวันที่ (25 ก.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนภายในตลาดย่านราชบพิตรแห่งนี้ แม้อาจจะดูไม่เงียบเหงา แต่ผู้ค้าส่วนใหญ่บอกว่าการซื้อ-ขายสินค้ายังไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น โดยมองว่าเกิดจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังทรงตัวในกลุ่มที่มีกำลังซื้อน้อย เพราะมีปัญหาเรื่องค่าครองชีพที่ยังสูง ประกอบกับความเชื่อมั่นยังไม่กระเตื้อง แต่คาดหวังว่าต้นปีหน้าอาจจะรู้สึกว่าเศรษฐกิจจปรับตัวดีขึ้น หากมีการเลือกตั้งตามโรดแมพ
ด้านภาคเอกชน มองว่า ตัวเลขจีดีพีที่เติบโตส่วนใหญ่มาจากการส่งออก และบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น แต่ภาคประชาชนยังรู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดีสะท้อนได้จากดัชนีค้าปลีกที่เติบโตเพียง 3.9% ต่ำกว่าตัวเลขจีดีพี ดังนั้นรัฐบาลที่จะเข้ามาควรมาดูแลให้กำลังซื้อภาคประชาชนมีการกระจายตัวมากขึ้น เพราะหากดัชนีค้าปลีกขยายตัวสูงกว่าจีดีพี ประชาชนก็จะรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีเอง
ล่าสุดศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ปรับเพิ่มประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ขึ้นมาอยู่ที่ 4.6% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวในระดับ 4.4% และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีหน้าหากมีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัดในช่วงการเลือกตั้งประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักดันให้จีดีพีโดยรวมขยับขึ้นได้อีก 0.2 ถึง 0.3%
ต้องติตดามว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ ในส่วนของรัฐบาลจะออกมาตรการเข้ามากระตุ้นกำลังซื้อภาคประชาชนเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงโรดแมพที่กำหนดว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงต้นปี 2562 จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเพิ่มขึ้นอีกเท่าใด
ทีมข่าวพีพีทีวี รายงาน