คดีที่นายนิพัทธ์ วรสัมปุรณะ อายุ 37 ปี เจ้าของเต้นท์รถอุดมโชค ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นำคลิปจากกล้องหน้ารถ เข้าแจ้งความที่ สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ระบุถูกโชเฟอร์สี่ล้อแดงพร้อมกับเพื่อนอีกหนึ่งคน ถืออาวุธมีดลงจากรถวิ่งไล่ทำร้าย แม้นายพันกร แซ่ฉิ่ง 32 ปี และ นายเอกชัย บุญจันทร์ จะเข้ามอบตัวในวันเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะไม่จบลงง่าย ๆ เนื่องจากนายนิพัทธ์ ยืนยันว่าจะไม่รับคำขอโทษจากคู่กรณี แต่จะแจ้งวามร้องทุกข์กับพนังานสอบสวนให้ดำเนินคดีถึงที่สุดในข้อหาพยายามฆ่า
นายนิพัทธ์ เดินทางให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าถูกนายพันกรใช้อาวุธมีดเงื้อและฟันหมายเอาชีวิต แต่โชคดีที่ตนเองหลบทันและวิ่งหนี ไม่อย่างนั้นอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ไม่ได้เป็นแค่การถือมีดมาข่มขู่ตามที่คู่กรณีให้การ ส่วนมีดที่ใช้ก่อเหตุเป็นมีดดาบที่เป็นอาวุธชัดเจน ไม่ได้เป็นมีดดายหญ้าที่ติดมากับรถตามที่กล่าวอ้าง เรื่องนี้ตนเองต้องการให้ดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย เพราะอย่างให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง เพราะเป็นพฤติกรรมที่กระทบต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว หากยอมความไม่เอาเรื่อง อาจย่ามใจไปก่อเหตุเหตุ และผู้ประกอบการรถสาธารณะคนอื่น ๆ จะได้เห็นเป็นตัวอย่าง แต่ยืนยันว่าไม่ได้เหมารวมสี่ล้อแดงทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่ทำมาหากินสุจริต ไม่มีพฤติกรรมแบบนี้ เรื่องนี้เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล
นอกจากดำเนินคดี ยังเตรียมเข้าร้องเรียนกับขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ตรวจสอบการให้บริการรถรับจ้างสาธารณะของคู่กรณีว่ามีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ และ พฤติกรรมดังกล่าวเหมาะสมหรือมีบทลงโทษหรือไม่
ด้านนายพันกร แซ่ฉิ่ง 32 ปี โชเฟอร์มีดดาบ ให้การขัดแย้งกัน ว่า ไม่ได้ลงมือใช้มีดฟัน แค่ถือมาข่มขู่เท่านั้น หลังจากนี้หากคู่กรณีจะดำเนินคดี ก็จะไปหาภาพวงจรปิดมายืนยันว่าไม่ได้ฟันตามที่ถูกกล่าวหา
ขณะที่ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี บอกว่า เบื้องต้นความผิดชัดเจนคือการพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกาย หรือ พยายามฆ่า ยังไม่ชัดเจน เพราะคลิปบันทึกภาพได้แค่หน้ารถ ไม่เห็นเหตุการณ์หลังจากนั้น โดยในตอนนี้จะให้โอกาสคู่กรณีไปหาหลักฐานมายืนยัน ก่อนจะรวบรวมทั้งหมดแจ้งข้อกล่าวหาอีกครั้ง
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้