เมื่อวันที่ (24 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่มีการประกวดข้าวโลกปี 2018 ในการประชุมสัมนาข้าวโลก (World Rice Conference 2018) ที่เวียดนาม ซึ่งผลการประกวดปรากฏว่า ข้าวหอมมะลิกัมพูชา มาลีอังกอร์ ได้ที่ 1 ในขณะที่ข้าวหอมมะลิไทยได้ที่ 3 และข้าวหอมมะลิเวียดนาม พันธุ์ ST24 ได้ที่ 2 การประกวดข้าวหอมมะลิโลกได้เริ่มมา ตั้งแต่ ปี 2552 ข้าวหอมมะลิไทยได้ที่ 1 และต่อมาก็มีการจัดต่อเนื่องทุกปี มาจนในปีนี้เป็นปีที่ 10 สำหรับข้าวหอมมะลิไทย เราได้รางวัลที่ 1 บ้างที่ 2 บ้างสลับไปมาโดยสรุปข้าวหอมมะลิไทยได้ที่ 1 มา 5 ครั้ง
ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่าข้าวหอมมะลิไทยจะไม่ได้ที่ 1 เป็นครั้งแรก ประกอบกับการประกวดดังกล่าว เป็นการจัดของสมาคมผู้ค้าข้าวระหว่างประเทศ ที่เชิญชวนพ่อค้าเอกชนหรือสมาคมค้าข้าวของแต่ละประเทศส่งเข้าประกวด ดังนั้นบางปีก็จะมีผู้ส่งเข้าประกวดมากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับความสมัครใจและความพร้อมของแต่ละบริษัท หรือสมาคมที่จะส่งเข้าประกวดด้วย
ดังนั้น ผลการประกวดจึงไม่น่ามีผลต่ออนาคตข้าวหอมมะลิไทย ตามที่หลายฝ่ายกังวล ขณะที่ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ ก็ได้ยืนยันว่าการได้รางวัลที่ 1 ของ ข้าวหอมมะลิมาลีอังกอร์ ไม่ส่งผลกระทบ ต่อการค้าและส่งออกข้าวไทยแต่อย่างใด
สำหรับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯในขณะนี้ จะเน้นการดูแลรักษาระดับราคาข้าวไทยให้ราคาขายต้องไม่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต เพื่อให้ชาวนาไทยมีรายได้เพียงพอต่อการใช้จ่าย ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการทำเกษตรอย่างอื่นในพื้นที่นาที่ไม่เหมาะสม หรือในพื้นที่ผลิตข้าวส่วนเกินความต้องการของตลาดไปปลูกพืชอื่นๆ หรือทำการเกษตรกรรมอย่างอื่นที่มีรายได้มากกว่า หรือเท่ากับการปลูกข้าว ทั้งนี้ ก็ได้มอบหมายนโยบายเน้นย้ำให้กรมการข้าวและกรมวิชาการเกษตรทำการศึกษาและวิจัยข้าวไทยอยู่เป็นระยะๆ เพื่อนำผลสรุปของการศึกษาวิจัย มาปรับปรุงพันธุ์ข้าวไทย และการบำรุงรักษาคุณภาพข้าวไทยให้ได้รับความนิยมจากตลาดและผู้บริโภคไว้ด้วย
ส่วนนายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดผู้นำเข้าข้าวต่างประเทศมีความต้องการข้าวอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ส่งออกข้าวไทยในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2561 ยังคงไปได้ดี โดยล่าสุดกรมการค้าต่างประเทศได้ส่งมอบข้าว ให้ COFCO รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้สัญญาแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G to G) ในงวดที่ 6 เป็นชนิดข้าวขาว 5% ปริมาณ 100,000 ตัน มูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะส่งมอบแล้วเสร็จภายในกลางเดือนพฤศจิกายน 2561 และจะเร่งรัดเจรจากับ COFCO เพื่อส่งมอบข้าวงวดที่ 7 อีก 100,000 ตัน โดยเร็วต่อไป นอกจากนี้ยังมีคำสั่งซื้อข้าวจากการเปิดประมูลนำเข้าข้าวของรัฐบาลต่างประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น โดยในปีนี้ฟิลิปปินส์จะเปิดประมูลนำเข้าข้าวเป็นการทั่วไปรวม 3 ครั้ง ครั้งละ 250,000 ตัน ปริมาณรวม 750,000 ตัน
ตลาดข้าวไทยในภูมิภาคอื่นๆ ยังมีการสั่งซื้อข้าวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีต่อสถานการณ์ตลาดข้าวของไทยและราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรชาวนาจะได้รับ เนื่องจากมีคำสั่งซื้อข้าวปริมาณมากอย่างต่อเนื่องมารองรับผลผลิตข้าวฤดูนาปีที่กำลังออกสู่ตลาด ทำให้ระดับราคาข้าวไทยให้มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 19 ตุลาคม 2561 ไทยส่งออกข้าวแล้วปริมาณ 8.932 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.71% คิดเป็นมูลค่า 4,606 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 21.20 % หรือประมาณ 147,346 ล้านบาท โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เบนิน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีน และแอฟริกาใต้ ซึ่งคาดว่าการส่งออกข้าวไทยในปี 2561 จะบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ปริมาณ 11 ล้านตัน อย่างแน่นอน
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้