เมื่อวันที่ (31 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านรอบที่ตั้งของกังหันลมผลิตไฟฟ้าจำหน่าย ในพื้นที่ ตำบลห้วยยายจิ๋ว และ ตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ที่มีบ้านห่างจากกังหันลมประมาณ 100 เมตร ต่างอยู่ในอาการหวั่นวิตก ว่าจะเกิดเหตุใบพัดระเบิดลงมา เหมือนพื้นที่บ้านเกาะแหลม ตำบลวังยายทอง อำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา
แม้จะอยู่คนละจังหวัด แต่ชาวบ้านระบุว่า เป็นพื้นที่กังหันลมแนวเดียวกัน และห่างจากจุดเกิดเหตุระเบิดไปเพียง 6 กิโลเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชาวบ้านในแนวกังหันลม ต่างได้รับความเดือดร้อนจากเสียงดังของใบพัด และเคยร้องเรียนไปยังจังหวัด แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไข
สำหรับพื้นที่ตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ มีเสากังหันลมตั้งแต่ต้นปี 2559 กว่า 30 ต้น ผลิตไฟฟ้าได้ต้นละไม่น้อยกว่า 2 เมกะวัตต์ ซึ่งชาวบ้านร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนเรื่องเสียง และเสนอให้ลดความเร็วของใบพัดในช่วงฤดูหนาว 3 เดือน โดยให้อยู่ในระนาบเสียงดังน้อยที่สุดแต่ยังทำงานได้ หรือให้หยุดเดินเครื่องในช่วงฤดูหนาว ซึ่งทางบริษัทได้ปฏิเสธข้อเสนอทั้งสองข้อ โดยให้เหตุผลว่า ทำสัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตต้องส่งมอบกระแสไฟฟ้าให้ ไม่สามารถลดหรือหยุดได้ เพราะจะมีผลต่อปริมาณกระแสไฟฟ้า แต่บริษัทพร้อมที่จะเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทำให้ถึงขณะนี้ปัญหาในพื้นที่ยังไม่มีข้อยุติ
นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 61 กังหันลมผลิตไฟฟ้า จำนวน 1 เครื่อง ในโครงการของบริษัท ทรอปิคอล วินด์ จำกัด ได้เกิดเหตุขัดข้องในส่วนเครื่องยนต์และใบพัด ส่งผลให้ชุดใบกังหัน และเครื่องยนต์ หลุดร่วงลงสู่พื้นดินในบริเวณใกล้เคียงในพื้นที่บ้านเกาะแหลม ล่าสุด ได้สั่งการให้บริษัทฯ หยุดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันลมทั้งหมดเป็นการชั่วคราวไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งแก้ไขปัญหา และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก
อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกพ. จะได้มีการแจ้งผลการตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น ตลอดจนความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อให้ทราบโดยทั่วกันต่อไป