มหาวิทยาลัย ออกซ์ฟอร์ด ได้ทำการวิจัยด้วยการศึกษาอัตราภาษีที่ต้องจัดเก็บ เพื่อสะท้อนภาระต้นทุนการรักษาพยาบาลที่เกิดจากการบริโภคเนื้อแดง
โดยงานวิจัยดังกล่าวพบว่า หากประเทศร่ำรวยเก็บภาษีเนื้อแดงในอัตรา 20 เปอร์เซนต์ และ 110 เปอร์เซนต์สำหรับเนื้อแดงแปรรูป เช่น เบคอน หรือ ไส้กรอก จะสามารถลดการเสียชีวิตของประชาชนได้ปีละ 220,000 คน และมีเงินเข้ารัฐเพิ่มขึ้นถึง 5.6 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ ยังพบว่าราคาที่สูงขึ้นจะทำให้การบริโภคเนื้อแดงในประเทศพัฒนาแล้วลดลง 2 ส่วน ต่อสัปดาห์ จากปัจจุบันที่ประชาชนในประเทศเหล่านี้บริโภคเนื้อแดงเฉลี่ยวันละ 1 ส่วน ทำให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลได้ปีละ 1.3 ล้านล้านบาท
มาร์โก สปริงแมน หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า ไม่มีใครต้องการให้รัฐบาลไปบอกกับประชาชนของตนเองว่า อาหารแบบไหนกินได้หรือกินไม่ได้ แต่ต้นทุนการรักษาพยาบาลที่เกิดจากการบริโภคเนื้อแดงล้วนแต่สร้างภาระให้กับผู้เสียภาษีทุกคน
สปริงแมนย้ำว่า ข้อเสนอแนะจากงานวิจัยดังกล่าวไม่ใช่การห้ามประชาชนจากสิ่งที่ทำอยู่ แต่เป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับส่วนรวม เพราะการบริโภคเนื้อแดงที่เป็นพฤติกรรมส่วนตัวนั้น ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ยังส่งผลเสียต่องบประมาณแผ่นดินด้วย
ก่อนหน้านี้ในปี 2015 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เนื้อแดงแปรูป เช่น ไส้กรอก หรือ เบคอน เป็นอาหารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ขณะที่เนื้อแดงไม่แปรรูปเช่น สเต็ก เป็นอาหารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง โดยพบว่า ประเทศพัฒนาแล้วบริโภคเนื้อแดงมากกว่าปริมาณแนะนำ ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดในสมอง และเบาหวานชนิดที่ 2