“อัจฉริยะ” ยัน รพ.พระราม 2 ไม่มีหมอรักษาหญิงถูกสาดน้ำกรด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้ว่าร่างนางสาวช่อลัดดา ทาระวัน หญิงที่ถูกสามีสาดน้ำกรดจนเสียชีวิตจะถูกนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดจังหวัดขอนแก่นแล้ว แต่กับข้อกล่าวหาโรงพยาบาลย่านพระราม 2 ปฏิเสธการรักษา แม้ทางโรงพยาบาลจะออกมาชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังต้องสอบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงจากฝ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด นายอัฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เมื่อวานนี้ ได้นำคลิปการสัมภาษณ์นายสิทธิชัย คนขับแท็กซี่คนแรกที่รับนางสาวช่อลัดดามาเปิดเผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สาระสำคัญที่คนขับแท็กซี่คนนี้ยืนยันว่า ในคืนนั้นช่วงที่นางสาวช่อลัดดากับลูกเข้าไปในโรงพยาบาลและถูกพาเข้าห้องฉุกเฉินนั้นเขาเห็นเพียงแค่พยาบาลและเจ้าหน้าที่ผู้ชาย แต่ไม่เห็นแพทย์

นายอัจฉริยะย้ำและยืนยันว่า ในคืนที่เกิดเหตุที่นางสาวช่อลัดดาอยู่ในโรงพยาบาลพระราม 2 นั้น ไม่มีแพทย์โรงพยาบาลพระราม 2 ก็ไม่ได้ประสานส่งตัวกับทางโรงพยาบาลบางมดแต่อย่างใด

นอกจากนี้ นายอัจฉริยะยังไลฟ์สดเปิดเผยรายละเอียดช่วงที่นางสาวช่อลัดดาไปถึงโรงพยาบาลบางมดด้วย โดยระบุว่า เมื่อแท็กซี่คันที่สองซึ่งรับนางสาวช่อลัดดาจากโรงพยาบาลพระราม 2 มาถึงโรงพยาบาลบางมดนั้น นางสาวช่อลัดดาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ คนขับแท็กซี่ตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ว่ามีคนป่วยอาการหนัก เจ้าหน้าที่จึงรีบพาขึ้นเตียงเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งตอนนั้นางสาวช่อลัดดาพูดต่อหน้าแพทย์และพยาบาลเพียงแค่ว่า "ไม่ไหวแล้ว"

ตอนนั้นแพทย์และพยาบาลเห็นสารคัดหลั่งออกจากปากและจมูกนางสาวช่อลัดดาจึงเอาผ้าพันแผลออกก็พบว่าที่ใบหน้า และหน้าอก ที่ถูกน้ำกรดเป็นรอยไหม้ หน้าตาและปากบิดเบี้ยว แพทย์และพยาบาลจึงต่อท่อดูดของเหลวออกมาปรากฏว่าของเหลวที่ดูดออกมานั้นเป็นเลือดปนน้ำ ปริมาณ 2,200 ซีซี ระหว่างนั้นเธอหมดสติไปจึงทำ ซีพีอาร์ และใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่ก็ช่วยชีวิตเอาไว้ไม่ได้

 

ด้านการสอบสวนกรณีการรักษาผู้ป่วยกรณีนี้ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. กระทรวงสาธารณสุข เบื้องต้นมีรายงานพบการกระทำผิดบางเรื่อง ที่มีอัตราโทษสูง ซึ่งต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสอบสวนอีกครั้ง ก่อนสรุปผลส่งให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม ดำเนินคดีต่อไป ซึ่งข้อกล่าวหาในกรณีนี้มีโทษทั้งจำและปรับ ส่วนใหญ่เป็นการลงโทษผู้ประกอบการฐานไม่กำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐาน

นอกจากนี้ สบส. ยังส่งเจ้าหน้าที่อีก 1 ชุด ลงไปสอบสวนว่า สถานพยาบาลเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ โดยจะดูทั้งเรื่องของเครื่องมือ เรื่องการส่งต่อต่าง ๆ หากพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานทาง สบส. จะต้องสั่งให้ โรงพยาบาลปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด หากไม่แก้ไขตามเวลาที่กำหนดจะมีโทษ เช่น พักใช้ใบอนุญาต จนถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต

ขณะที่ บรรยากาศการจัดงานศพ นางสาวช่อลัดดา ที่บ้านในจังหวัดขอนแก่น เช้าวันนี้ ยังคงเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยมีหน่วยงานจากทางราชการต่าง ๆ เดินทางเข้ามาเคารพศพและให้การช่วยเหลือตามระเบียบของราชการ โดยมีนางทองอาจ ทาระวัน อายุ 59 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต และ เด็กหญิงเตชินี โฆสิตานนท์ หรือน้องเตเต้ อายุ 12 ปี ลูกสาวคนเดียวของผู้เสียชีวิต พร้อมญาติคอยให้การต้อนรับ

นางทองอาจ บอกว่า ตอนนี้ยังคงรู้สึกเสียใจของการจากไปของลูกสาว ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว โดยในส่วนคดีความ ก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย โดยไม่ขอให้อภัยผู้ก่อเหตุ และขอให้ได้รับกรรมตามสิ่งที่เกิดขึ้น นับจากนี้ไปขอตัดขาดกับนายคำตัน ไม่ต้องการให้มาเจอไม่ต้องการให้เข้ามาขอขมาศพหรือครอบครัวใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนของน้องเตเต้ลูกสาวผู้ตายก็จะย้ายกลับมาอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเรื่องย้ายสถานที่เรียนหนังสือ การขนย้ายข้าวขอจากกรุงเทพฯ ส่วนกรณีของโรงพยาบาลที่ปฏิเสธการรักษานั้น ครอบครัวได้มอบหมายให้ทนายความเดินหน้าไปตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ช่วงบายวันนี้ทางครอบครัวจะทำการเคลื่อนศพไปที่ศาลาพักศพของวัดแสงธรรมรังสี ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน เพื่อเตรียมประกอบพิธีฌาปนกิจตามกำหนดการประมาณ 15.00 น.

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ