รายการเป็นเรื่องเป็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์ PPTV จัดรายการในตอน “พ.ร.บ.คู่ชีวิต” ก้าวหน้า หรือ ล้าหลัง? โดยมีผู้ร่วมรายการคือ นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิต อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และ น.ส.นัยนา สุภาพึ่ง ที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ
นายเกิดโชค ระบุว่า เมื่อปี 2555 มีคนเพศเดียวกันไปจดทะเบียนสมรสแต่ไม่สามารถทำได้ จึงมีการเรียกร้องและเมื่อไปเวทีโลกก็มีการสอบถามอยู่เสมอ เราเลยพิจารณาให้สิทธิคนที่มีความหลากหลายทางเพศอยู่ด้วยกัน โดยในโลกนี้มีสามโมเดลคือ 1.ให้ศาลตัดสินอยู่ด้วยกัน 2.ให้จดทะเบียนคู่ชีวิต 3.พัฒนาเป็นจดทะเบียนสมรส โดยไทยอยู่ในโมเดลที่ 2
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : คนหลากหลายทางเพศกับความหวัง กฎหมาย "คู่ชีวิต"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ไอซ์แลนด์บังคับใช้กฎหมายจ่ายค่าจ้างชาย-หญิงเท่าเทียมกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กม.คู่ชีวิต หลักประกันยุติเกลียดชังรักร่วมเพศ
นายเกิดโชคระบุว่าที่เลือกโมเดลที่สองเพราะจากการศึกษาทุกประเทศสตาร์ตที่ พ.ร.บ.คู่ชีวิตทั้งนั้นเพื่อศึกษาบริบทของสังคม และประเทศ ที่ผ่านมาเราไม่มีกฎหมายตัวไหนที่จะมารองรับ การออกกฎหมายฉบับนี้เป็นการยืนยันว่ามีความแน่นอนว่าประเทศไทยมีความชัดเจนในการรับรองสิทธิ เรากำลังพูดถึงมิติทางกฎหมาย เมื่อฉบับนี้เกิดมากฎหมายอื่นก็ต้องแก้ตาม โดยเฉพาะกฎหมายใหม่ๆจะไม่มีเฉพาะเพศชายหรือหญิงเท่านั้น
“ที่เราตัดสินใจเลือกที่จะออกกฎหมายฉบับนี้เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายทางเลือก กฎหมายที่ออกมาไม่กระทบใครเลย”
นายเกิดโชคระบุต่อว่า ส่วนที่มีอ้างว่ากฎหมายคู่ชีวิตไม่ได้ระบุเรื่องสวัสดิการ ก็เพราะ กฎหมายฉบับนนี้เรากำลังสร้างโมเดลสำหรับคนสองคนที่รักกัน เรายังไม่พูดถึงบุคคลที่สาม เรายังไม่พร้อมจะพูดถึงบุตรบุญธรรม บุตรที่ติดมา กฎหมายฉบับนี้จึงวางโมเดลที่คนสองคนส่วนเรื่องบุตรเป็นเรื่องเพิ่มเติมกฎหมายในอนาคต และการไม่รวม ไม่ได้หมายถึงการตัด
ขณะที่ น.ส. นัยนา กล่าวว่า รธน. 2550 เคยรับรองเรื่องการห้ามเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศมาแล้ว เป็นที่มาว่ามีคนที่มีความหลากหลายทางเพศถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม หลักการในรัฐธรรมนูญเราดีงาม แต่ เรามีกติการับคนแค่สองเพศ หากคิดจะออกกฎหมายคู่ชีวิตต้องคิดถึงหลักกการในรัฐธรรมนูญ
น.ส.นัยนาระบุว่า ในกฎหมายคู่ชีวิต ไม่ได้ระบุเรื่องสิทธิหลายเรื่องเช่นเรื่อ รับบุตรบุญธรรม หรือรเรื่องสวัสดิการของราชการก็ไม่ได้ระบุไว้ อีกหลายเรื่องที่กฎหมายฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญ หากอยากทำต้องก้าวข้ามให้พ้นมายาคติกับคนที่หลากหลายทางเพศในอดีต เราต้องดูว่าทำเรื่องใดบ้าง และทำให้เป็นพลเมืองชั้นสอง เช่นเรื่องการที่ไม่ได้รับสวัสดิการ เราเป็นกัปตัน เครื่องบินคู่ชีวิต ควรจะได้สิทธิ แต่ก็ไม่ได้ นี่มันง่ายมาก กฎหมายที่ร่างอกอมาควรแก้ปัญหาเรื่องการเลือกปฏิบัติ
น.ส.นัยนากล่าวว่าการเลือกกฎหมายแบบนี้ก็เป็นทางหนึ่ง แต่ต้องเป็นการคุ้มครองไม่ใช่ละเมิด แต่กฎหมายฉบับนี้กำหนดว่าจะไปละเมิดกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้ หากคิดว่าจะเป็นกฎหมายทางเลือก ควรให้ทุกคนมาใช้ได้ ชาย หญิงก็ต้องใช้ได้ หากเริ่มที่ใช้กับทุกคนเสมอกัน คนที่หลากหลายทางเพศก็ไม่เป็นพลเมืองชั้นสอง
น.ส.นัยนากล่าวต่อว่า คนสองคนมาอยู่ร่วมกันคือการตั้งครอบครัว เราควรให้สิทธิแก่เขาเช่นเบิกค่ารักษาพยาบาล ค่าเลี้ยงดูบุตรแต่ทำไมกฎหมายนี้ไม่เขียนไว้