เมื่อวันที่ (22 ม.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 1 ร่วมกับชุดเหยี่ยวดงกรมอุทยานแห่งชาติฯ ประสานตำรวจทางหลวงสกัดจับได้ขณะลักลอบขนผ่านรถโดยสารระหว่างประเทศ กรุงเทพ-ปากเซ เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา จับได้ในเขตอำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมผู้ต้องหาที่โดยสารมาด้วยชื่อนายกะต่าย สีสุวัน สัญชาติลาว นายวราพงศ์ พันธ์แจ่ม และนายเหงียน วัน เฮิบ สัญชาติเวียดนาม
การจับซากสัตว์ป่าทั้งหมดนี้ ตำรวจได้ขยายผลจาก การจัยเครือข่ายลักลอบค้างาช้างแปรรูปรายใหญ่ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2561 ที่ด่านศุลกากรนครพนม โดยจับนาง เหงียน กี่ ทัน ชาวเวียดนาม และสอบสวนทราบว่ามีคนไทยรับหน้าที่ประสานงาน ชื่อนายธรรมนูญ คงดี ตอนนี้ออกหมายจับและตำรวจเข้าคุมตัวแล้ว โดยพบของกลางเป็นซากสัตว์ป่าจำนวนมากภายในบ้าน เช่นซากเต่ากระ เต่าตนุ แต่การลักลอบขนซากเล็บหมีควาย และกะโหลกเสือโคร่งครั้งนี้ ข้อมูลการสืบสวนพบว่า ซากทั้งหมดถูกล่ามาจากประเทศเมียนมาร์ และลักลอบข้ามแดนฝั่งอ.แม่สอด จ.ตาก แล้วลงมาพักของไว้ในกรุงเทพ เพื่อบรรจุขึ้นรถโดยสารข้ามไปยัง สปป.ลาว และเวียดนาม ที่มีหัวหน้าขบวนการเป็นชาวเวียดนาม ชื่อนายมินห์ โดยเครือข่ายนี้ลักลอบขนซากสัตว์ป่าข้ามประเทศมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง