วันนี้ (24 ม.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการศึกษาเรื่องมาตรการระยะยาวเพื่อควบคุมคุณภาพอากาศให้เหมาะสมโดยใช้พืชพรรณที่มีศักยภาพในการดักจับฝุ่นละอองในอากาศ ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธรรมรัตน์ พุทธไทย, รองศาสตราจารย์กัมปนาท ภักดีกุล และรองศาสตราจารย์สุระ พัฒนเกียรติ จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ประโยชน์ของพืชพรรณไม่ได้แค่ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือดูดซับสารพิษเท่านั้น มันยังช่วยกรองฝุ่นได้ด้วย
โดยพืชประเภทไม้พุ่ม ไม้เลื้อย ช่วยเก็บฝุ่นได้มากถึง 60-80 เปอร์เซ็นต์ ของพุ่มทั้งหมด บางชนิดทนทานต่อมลพิษทางอากาศ สามารถนำมาต่อยอดใช้ดักฝุ่นในพื้นที่เมืองที่มีตึกสูงและถนนแคบได้ โดยทำเป็นสวนประดิษฐ์แนวตั้ง หรือ แผงกรองฝุ่นไม้เลื้อย ซึ่งเกณฑ์ที่จะวัดว่าพืชชนิดใดดักฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ ขนของใบไม้ ใบไม้ที่มีขนจะดักจับฝุ่นได้ดีกว่าใบไม้ที่เรียบ จากตัวอย่างใบตะขบฝรั่งที่มีฝุ่นเกาะบนใบเพราะมีขนสั้นนุ่ม และเมื่อสัมผัสจะรู้สึกเหนียวมันจึงดักจับฝุ่นได้ดีกว่าพืชที่มีใบเรียบเกลี้ยง คุณลักษณะอีกอย่างที่สำคัญคือ ต้นไม้ใหญ่หรือไม้พุ่มที่มีใบเล็กจำนวนมากจะดักฝุ่นละอองได้ดีกว่าต้นไม้ที่มีใบใหญ่แต่จำนวนใบน้อย
ทั้งนี้การปลูกพืชช่วยดักฝุ่นทำได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะมีพื้นที่มาก พื้นที่น้อย หรือไม่ค่อยมีพื้นที่อย่างคอนโดมิเนียมหรืออะพาร์ตเมนต์ก็สามารถปลูกพืชดักฝุ่นละอองได้ สำหรับต้นไม้ที่ศักยภาพในการดูดจับฝุ่นละอองแบ่งตามชนิดพรรณพืชมีตัวอย่างดังนี้
ประเภทไม้เลื้อย คือ สร้อยอินทนิล, เล็บมือนาง, กะทกรก
ประเภทไม้ล้มลุก คือ ไผ่รวก
ประเภทไม้พุ่ม คือ ทองอุไร, แก้ว, หางนกยูงไทย, คริสตินา
ประเภทไม้ต้น คือ ข่อย, ตะขบฝรั่ง, เสลา (สะ-เหลา), จามจุรี, แคแสด, โมกมัน, สกุลชงโค