เผยผลทดลองหน้ากากอนามัยธรรมดารองทิชชู่กันPM 2.5ได้98.05%


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ปัญหาฝุ่นละองง PM 2.5 ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนกรุงเทพฯในขณะนี้ ก็ทำให้ประชาชนต้องหาซื้อหน้ากาอนามัยแบบ N95 มาใช้ ซึ่งราคาของหน้ากากชนิดนี้ราคาค่อนข้างแพง ซึ่งหากว่าใครต้องการประหยัดก็สามารถใช้หน้ากากอนามัยธรรมดาที่นำทิชชู่มารอง1ชั้นได้เช่นกัน เพราะมีผลการทดสอบออกมาแล้วว่า หน้ากากอนามัยธรรมดาที่รองทิชชู่ 1 แผ่นพับครึ่งสามารถกัน ฝุ่น PM 2.5ได้ถึงร้อยละ98.05 เทียบเท่าหน้ากากแบบ N95

เมื่อวันที่ (1 ก.พ. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทำการทดสอบประสิทธิภาพในการกันฝุ่นละออง PM 2.5 ของหน้ากากอนามัย 2 ชนิด คือ หน้ากากอนามัย N95 กับหน้ากากอนามัยธรรมดา แบบ 1 ชั้น 2 ชั้น และใช้ทิชชู่รอง 1 ชั้น กับ 2 ชั้น โดยใช้เครื่องมือที่ใช้วัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีท่อ 2 ทาง คือ ท่อรับอากาศภายนอก และท่อที่อยู่ใต้หน้ากากอนามัย

ผลการทดสอบปรากฎว่า หน้ากากอนามัย N95 สามารถกรองฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ ถึง ร้อยละ99.59 ขณะที่หน้ากากอนามัยธรรมดา สามารถกรองฝุ่นได้ ร้อยละ66.37 และถ้าใส่หน้ากากอนามัยธรรมดา 2ชั้น จะกรองฝุ่นได้ร้อยละ 89.75 เมื่อใส่หน้ากากอนามัยธรรมดาพร้อมกับทิชชู่1 แผ่นพับครึ่ง ปรากฎว่าสามารถกรองฝุ่นPM2.5 ได้ถึง 98.05 ประสิทธิภาพเกือบเทียบเท่า หน้ากาก N95 แล้วถ้าหน้ากากอนามัยธรรมดารองด้วยทิชชู่2 แผ่น ปรากฎว่า สามารถกรองฝุ่นได้น้อยกว่า คือร้อยละ 67.04 นักวิชาการให้เห็นผลว่า เป็นเพราะการรองทิชชู่ 2ชั้น ทำให้หน้ากากอนามัยแนนหน้าได้ไม่สนิท ทำให้มีฝุ่นเข้าไปได้มากกว่า

คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังยืนยันว่า การพยายามหากหน้ากากที่มีศักยภาพในการกรองฝุ่น เป็นเพียงการแก้ปัญหาปลายเหตุ เพราะการแก้ปัญหาต้นเหตุคือกำจัดฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิด เพราะผู้ป่วยทางเดินหายใจ ไม่สามารถใส่หน้ากากที่มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นได้ในระยะเวลานาน และหากเป็นไปได้อยากให้เลี่ยงไปในสถานที่ที่เสียงต่อมลภาวะอากาศเป็นพิษ

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ