โดยเมื่อเริ่มรายการ ก็ได้เริ่มซักถาม “นายฝน” ซึ่งนายฝนการตอบคำถามในลักษณะที่ไม่รู้เรื่องพูดจาวกวน รวมทั้งระบุว่าถูกตำรวจทำร้าย
โดยนายอนันตชัยระบุว่า นายฝนเป็นเด็กพิเศษมีพัฒนาการทางสมองล่าช้า เขาเป็นคนพิการทางสติปัญญา การวินิจฉัยต้องใช้แพทย์ เฉพาะทาง โดยสถาบันกัลยาราชนครินทร์ โดยมีมีสหวิชาชีพมาร่วมวินิจฉัยด้วย และใช้เวลาการในวินิจฉัย 5 สัปดาห์
ทนายเผย ข้อพิรุธ จับ “นายฝน” คดี “ซูลุยผิว”
ขณะที่ตำรวจ สภ.สระยายโสม ก็รู้จักนายฝนป็นอย่างดี บางทีก็เป็นสายให้ตำรวจชี้คนเล่นไพ่ การที่ตำรวจสงสัยนายฝนก็ต้องพาพ่อแม่ พาไปที่สถาบันกัลยาฯ ดูว่าฝนให้การหรือต่อสู้คดีได้หรือไม่ ไม่ใช่เอาไปสอบแล้วดำเนินคดีเลย
“คุณต้องส่งหมอก่อนให้วินิจฉัย ไม่ใช่ไปสอบพยานก่อน หากกลับไปดู ตำรวจพูดว่าพอไปสอบคนขับรถไถ คนขับรถไถบอกว่ามีแต่นายฝนคนเดียว แต่พอผมถามคนขับรถไถเขาบอกไม่เคยพูดเลย ตำรวจพูดเอง ประจักษ์พยานไม่มีเลย ที่อ้างว่ามี 59 ปาก ผมท้าเลย กอดสำนวนให้ดีๆ 59 ปากผมมั่นใจว่าไม่มีปากไหน ว่าฝนมาที่เกิดเหตุ”นายอนันตชัยกล่าว
นายอนันตชัยกล่าวต่อว่า ผลการสอบที่ออกมาคือคำพูดนายฝนเชื่อถือไม่ได้ ให้การต่อสู้คดีไม่ได้ ให้การเรื่อยเปื่อย กระบวนการสอบนี้มีทุกสัปดาห์ สถาบันกัลยาฯ เป็นของกรมราชทัณฑ์ ใช้เวลาสอบถึง 38 วัน
นายอนันตชัยกล่าวว่า วันที่ 25 เจอศพ น้องต้าแง ตนไม่เชื่อว่าเจอศพตอน 15.00 น. เพราะวันนั้นจับนายฝนไปตั้งแต่เวลา 13.00 น. แล้วใช้เวลาครึ่งวัน เอาจักรยานไปด้วย แล้วตกเย็นก็มาส่ง ตนว่าเจอเขาก่อน แล้วเอาไปทำไมตั้งครึ่งวัน พ่อไม่รู้เลยว่าสอบเป็นยังไง ตำรวจแถลงว่าฝนรับสารภาพ แสดงว่าตอนสอบนายฝนต้องให้การในฐานะผู้ต้องหาแล้ว
“จะแจ้งข้อหาจับกุมเขายังไม่ได้ อ่านบันทึกการจับกุมฝนยังไม่ได้เลย แต่ตำรวจให้อ่านแปะโป้ง ฝนอ่านหนังสือไม่ออก”นายอนันตชัยกล่าว
นายอนันตชัยกล่าวอีกว่า มีการอ้างว่า นายฝนให้การว่าพาน้องไปเล่นน้ำ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะะเขากลัวน้ำ ขนาดอาบน้ำยังอาทิตย์หนึ่งอาบน้ำสองครั้งเท่านั้น
นายอนันตชัยกล่าวว่า ในคดีอาญาประจักษ์พยานสำคัญ โดยคดีนี้ประจักษ์พยานไม่มี เป็นการการสู้คดีอ้างถิ่นที่อยู่ ชาวบ้าน 6 คน บอกนายฝนอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว พระสองรูป บอกฝนอยู่ที่วัด แล้วไปร้านก๋วยเตี๋ยว แต่ตำรวจไม่เชื่อพระและอ้างว่ามีความสนิทกัน
/////