นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส. ) กล่าวถึง ร่าง พ.ร.บ.ข้าวที่ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระแรกและมีหลายฝ่ายออกมาคัดค้านนั้นโดยส่วนตัวเห็นว่ามีทั้งข้อดีข้อเสียซึ่งจะต้องพิจารณาในรายละเอียดของแต่ละมาตรา แต่เจตนารมย์ของกฎหมายฉบับนี้คือเกื้อกูลแบ่งปันและเป็นธรรม
ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายกังวล โดยเฉพาะการเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้เพื่อจำหน่ายจะต้องขึ้นทะเบียนรับรองพันธุ์จากกรมการข้าวนั้น เชื่อว่าจะช่วยป้องกันการปลอมปนข้าว ทำให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพมาใช้ในแปลงปลูกหรือขายต่อ เชื่อว่า สนช.จะพิจารณาไม่ให้กระทบกับเกษตรกร หากกฎหมายมีผลบังคับใช้จะทำให้ระบบข้าวมีการกำกับที่ชัดเจน
ส่วนการจัดโซนนิ่ง ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการอยู่แล้ว โดยใช้อะกริแมพ เป็นเครื่องมือ เนื่องจากข้าว ข้าวนาปีและนาปรังมีนโยบายที่แตกต่างกัน ทั้งกายภาพ ผู้ซื้อ ตลาด การจัดโซนนิ่งจะมีการบังคับใช้ชัดเจน โซนไหนปลูกข้าวอะไร เช่น ข้าวนาปีส่งเสริมการปลูกข้าวคุณภาพ เช่น ข้าวหอมมะลิ ถ้ามี พ.ร.บ ข้าวออกมาจะมีความชัดเจนเรื่องการทำโซนนิ่ง ซึ่งปัจจุบันมีนโยบายอยู่แล้วแต่ควบคุมไม่ได้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเกษตรกร
นอกจากนี้ ยังทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการทั้งโรงสีและผู้ส่งออกลดลง เพราะสามารถแยกคุณภาพข้าวได้อย่างชัดเจน สำหรับร่างดังกล่าว ขณะนี้ยังไม่มีผลต่อ ธ.ก.ส.หรือเกษตรกรที่เป็นลูกค้าเพราะกฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้