เมื่อวันที่ (19 ก.พ. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันมาฆบูชา เป็นวันคล้ายวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ประทานแก่พระสาวก 1,250 รูป ซึ่งล้วนอุปสมบทโดยวิธีเอหิภิกขุและเป็นพระอรหันต์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงริเริ่มให้มีวันมาฆบูชาขึ้นในประเทศไทย ก็เพื่อให้พุทธบริษัทร่วมกันบูชาพระรัตนตรัยเป็นกรณีพิเศษ และน้อมรำลึกถึงพระธรรม ที่พระศาสดาทรงพระมหากรุณาประทานไว้เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1. การไม่ทำบาปทั้งปวง 2. การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม และ 3. การชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์จากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
ทั้งนี้ การได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่แท้นั้น มิได้อยู่ที่การขึ้นทะเบียนหรือการป่าวประกาศ หากอยู่ที่การศึกษาพระธรรมคำสั่งสอน ด้วยวิธีการฟังหรือการอ่าน เปรียบเสมือนการศึกษาแผนที่นำทางให้รอบคอบชัดเจน จะได้ไม่หลงทางและไม่เสียเวลา การศึกษาพระธรรมในระดับนี้เรียกว่า ’ปริยัติธรรม’ ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติ หรือ‘ปฏิบัติธรรม’ และ ‘ปฏิเวธธรรม’ คือการบรรลุมรรค ผล นิพพานได้ในที่สุด
วันมาฆบูชา จึงเป็นโอกาสให้ชาวพุทธ พึงปฏิญาณตนว่าจะหันมาศึกษาพระธรรมอย่างจริงจัง มิใช่เพียงในระดับพิธีกรรมหรือโดยผิวเผิน เพื่อให้เกิดสติปัญญา สามารถอำนวยความร่มเย็นมาสู่ชีวิตและสังคมส่วนรวมได้สมความมุ่งมาดปรารถนา
ขณะที่ วันพรุ่งนี้ (20 ก.พ.62) รัฐบาลขอเชิญประชาชนร่วมสวดมนต์ในพิธีมหามงคล บำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เวลา 18.00น. ณ พระลานพระราชวังดุสิต
โดยประชาชน ที่เข้าร่วมพิธีสวดมนต์ ให้พกบัตรประชาชน ผ่านจุดคัดกรอง 4 จุด ได้ตั้งแต่ 15.00น. ได้แก่ จุดที่ 1 ตรงข้ามกองบัญชาการตำรวจนครบาล จุดที่ 2 ข้างธนาคารTMB ตรงข้ามวัดเบญจฯ จุดที่ 3 ถนนอู่ทอง โค้ง ปตท. และจุดที่ 4 ประตูทางออกสนามเสือป่า
ส่วนที่จอดรถ ผู้ที่ไปเข้าร่วมงาน สามารถจอดได้ที่สนามม้านางเลิ้ง สวนสัตว์ดุสิต ตั้งแต่เวลา 16.00น. มีรถบริการต่อฟรี ถึงบริเวณงาน