พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวถึงกรณีการติดตามตัวผู้ ปลอมแปลงราชกิจจานุเบกษา สั่งปลดผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ ว่า การสืบสวนยังอยู่ในกรอบการทำงาน 7 วัน ซึ่งทราบตัวผู้กระทำผิดแล้วว่าเป็นใครบ้าง มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งมีต้นตอเซิร์ฟเวอร์อยู่ในกลุ่มประเทศโซนยุโรป ส่วนการจับกุมผู้ต้องหาต้องใช้ระยะเวลา โดยจะต้องประสานกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป
ขณะนี้ได้ประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เพื่อดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ที่เผยแพร่ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
รวมทั้งร่วมกับ กสทช. จัดทำวอร์รูม เฝ้าระวังการใช้สื่อโซเชียลในทางที่ผิด โดยเฉพาะ ช่วงการเลือกตั้ง ที่มีการใช้สื่อโซเชียลดำเนินการทางการเมืองมากขึ้น แต่ไม่ได้จับตาเพจการเมืองใดเป็นพิเศษ
ขณะที่มีรายงานว่า กลุ่มบุคคลที่ปลอมแปลงราชกิจจาฯ เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ทำการปลอมแปลงข่าวลวง กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองทัพบก(ผบ.ทบ.) เรื่องงบประมาณกองทัพและการเกณฑ์ทหาร ซึ่งฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้แจ้งความไว้แล้ว ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) เมื่อวันก่อน