เมื่อวันที่ (12 มี.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ หรือ รถเมล์ NGV จำนวน 89 คัน ที่เป็นล็อต ที่3 หรือล็อตสุดท้าย ของงวดที่ 4 ที่ นายฤทธี (ริด-ที) กิจพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด มหาชน ตัวแทน “กลุ่มร่วมทำงาน เอสซีเอ็น (SCN) - บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) (CHO)” ส่งมอบรถเมล์ NGV ให้กับนายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. โดยระยะเวลาในส่งมอบของ “โครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติพร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษา” รวมทั้ง 4 งวด ใช้เวลากว่า 1 ปี จนครบที่ 489 คัน ตามสัญญาการจัดซื้อจัดจ้าง
ทาง ขสมก. ยืนยันว่าวันพรุ่งนี้ รถเมล์ NGV ทั้ง 89 คัน จะเริ่มการบริการใน 4 เขตการเดินรถ เช่น เขตการเดินรถที่ 1 สาย 59 รังสิต-สนามหลวง เขตการเดินรถที่ 2 เช่น สาย 26 มีนบุรี-อนุสาวรีย์ชัยฯ ส่วนเขตการเดินรถที่ 3 อย่างเช่น สาย 142 ปากน้ำ-แสมดำ ขณะที่เขตการเดินรถที่ 5 ได้แก่ สาย 140 แสมดำ-อนุสาวรีย์ชัยฯ เป็นต้น
นอกจากนี้ รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. ยังเผยถึงประเด็นที่ ขสมก ยกเลิกระบบ E-ticket แล้ว โดยบอร์ด ขสมก. มีมติยกเลิกสัญญาว่าจ้างบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ที่ติดตั้งระบบ E-Ticket บนรถเมล์ จำนวน 2,600 คัน วงเงิน 1,665 ล้านบาท ว่าภายใน 1-2 วันนี้ ขสมก.กำลังจะส่งเรื่องไปบอกเลิกสัญญาในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้ เพราะที่ผ่านมา ขสมก. ได้ให้โอกาสให้เอกชน คู่สัญญาปรับปรุงระบบใช้งานเครื่อง E-Ticket ที่ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเสถียร ไม่เป็นไปตามข้อตกลง ซึ่งเอกชนยังต้องชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นอ้างอิงจาก มูลค่าตั๋วโดยสาร 30,000 กว่าคนต่อวัน เป็นระยะเวลา 9 เดือน แต่หากเอกชนจะฟ้องร้อง ขสมก.ในการบอกเลิกสัญญาก็เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ พร้อมยืนยันแม้จะมีการยกเลิกสัญญากับเอกชนรายเก่า ก็จะเดินหน้าหาเอกชนรายใหม่ที่มีความพร้อมมาดำเนินการติดตั้ง เครื่อง E-Ticket ใหม่ในอนาคต
ในระหว่างนี้ ขสมก. ได้นำเครื่องชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องอีดีซี มาติดตั้งให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ต้องการใช้สิทธิ์บนรถเมล์จำนวน 3,000 คัน โดยปัจจุบันมีผู้โดยสารใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 คนต่อวัน จากจำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเวอร์ชั่นที่ใช้งานได้ 1,550,00 คน เบื้องต้นพบปัญหาการใช้งานระบบเชื่อมต่อเครือข่ายเครืองอีดีซี ที่ไม่เสถียรบ้าง ซึ่ง ขสมก.จึงได้รายงานให้ธนาคารกรุงไทย หน่วยงานที่ดูแลระบบทราบต่อไป