ติดตามต่อประเด็น ที่โรงพยาบาลพื้นที่ชายแดน จ.ตาก ออกมาระบุถึงสถานการณ์วัคซีนป้องกันโรคหัดเริ่มขาดแคลน เนื่องจากสามารถเบิกใช้ได้กับคนไทยเท่านั้น เพราะหน่วยงานที่ตรวจสอบระบุว่า การจัดซื้อวัคซีนและนำไปใช้กับชาวต่างชาติ หรือบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เป็นการใช้เงินที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ ติดตามซีรีส์ วัคซีนเลือกสัญชาติ
นักเรียนชาวเมียนมาร์ ในศูนย์การเรียนรู้พะโยคิน อ.แม่สอด จ.ตาก กลุ่มนี้ เพิ่งได้รับวัคซีนโรคหัด แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีนักเรียนบางส่วน ที่ต้องเข้าออกพื้นที่ไทย เมียนมาร์ จึงทำให้ยังไม่ได้รับวัคซีนเช่นกัน
นพ.นริศ บัญธนภัทร นายแพทย์ชำนาญการด้านระบาดวิทยา รพ.แม่สอด กล่าวว่า ปกติ โรงพยาบาล แม่สอด จะกระจายให้วัคซีนกับเด็กชาวเมียนมาร์ในศูนย์การเรียนรู้ กว่า 70 แห่ง ทั่วอำเภอแม่สอด แต่เมื่อถูกจำกัดให้วัคซีนเฉพาะบุคคลที่มีสัญชาติไทย แพทย์กังวลว่า อาจเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงหากมีโรคหัดระบาดขึ้นอีกครั้ง
สำหรับหน่วยงานที่ตรวจสอบการเบิกจ่ายเพื่อจัดซื้อวัคซีน คือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งท้วงติดมายัง สปสช. เกี่ยวกับการนำเงินไปซื้อวัคซีนเพื่อฉีดให้ให้กับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนหรือบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเป็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ทำให้ สปสช. ชี้แจงมายังโรงพยาบาลว่าไม่สามารถทำได้ และให้เบิกวัคซีนฉีดเฉพาะคนไทยเท่านั้น
เบื้องต้นแพทย์ในพื้นที่แก้สถานการณ์ โดยการหมุนเวียนวัคซีนในแต่ละโรงพยาบาล เพื่อฉีดให้กับทุกคน โดยไม่แบ่งสัญชาติ
ขณะการแพร่ระบาดของโรค แพทย์ชำนาญการด้านระบาดวิทยา บอกว่า ผู้ป่วยโรคหัด 1 คน สามารถกระจายเชื้อได้มากถึงประมาณ 14 คน ดังนั้นหากฉีดวัคซีนให้เฉพาะคนไทย แต่ในพื้นที่มีชาวต่างชาติ และผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกัน เมื่อมีการระบาดของโรค การป้องกันก็ไม่เป็นผล