ใบเสร็จรับเงินจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านรามคำแหงที่ญาติได้พาผู้ป่วยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วยอาการเวียนหัวและนอนไม่หลับเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. เวลาประมาณ 22.30 น.และหมอให้กลับบ้านวันจันทร์ที่ 6 ธ.ค.เวลา 11.00 น.แต่ปรากฎว่ามีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลรวมทั้งสิ้น 44,000 บาท
แต่ที่ผิดสังเกตคือค่าเวชภัณฑ์ซึ่งในใบเสร็จได้ถูกเรียกเก็บเงินทั้งหมด 11,060 บาททำให้ญาติรู้สึกถึงความผิดปกติ เพราะว่าเข้ารักษาตัวเพียงแค่ 12 ชั่วโมงเท่านั้ จึงไปทวงถามข้อมูลพบว่าค่าเวชภัณฑ์บางอย่างไม่ได้ใช้จริงหลายรายการ
และสุดท้ายพอตีใบเสร็จกลับคืนมาปรากฎว่า ยอดค่าใช้จ่ายด้านเวชภัณฑ์ลดลงไปเกือบ 5,000 บาท
วันนี้ 7 ธ.ค. 2564 ทีมข่าวพีพีทีวี ได้ติดต่อสัมภาษณ์ นายระวี ตะวันธรงค์ นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ในฐานะญาติของผู้ป่วย เปิดเผยว่า สิ่งที่ผิดสังเกตคือค่าเวชภัณฑ์ โดยเฉพาะค่าถุงมือแพทย์ (แบบไม่มีแป้ง) 108 ชิ้น ราคา 1,728 บาท และท่อดูดเสมหะ 25 ชิ้น ราคา 2,175 บาท ซึ่งตนสงสัยว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เกินจริงและการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียงแค่ 12 ชั่วโมงทำไมต้องใช้ถุงมือยาง และท่อดูดเสมหะจำนวนมากขนาดนี้ทั้งที่พอตรวจสอบแล้วกลับพบว่าไม่ได้มีการใช้จริงตามจำนวนใบเสร็จแต่อย่างใดพอตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า มีการเรียกเก็บเงินค่าเวชภัณฑ์ส่วนเกิน รวมทั้งสิ้น 4,790 บาท (จากใบเสร็จครั้งแรก11,060 บาท)
ซึ่งหลังจากทักท้วงไปทางโรงพยาบาลก็ยอมลดให้พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมผู้ป่วยถึงต้องจ่ายค่าเวชภัณฑ์ส่วนเกินเหล่านี้ด้วย ลองนึกดูว่าคิดเงินคนป่วยเกินคนละ 5,000 บาท เดือนนึงมีผู้ป่วยสัก 100 คนจะเป็นเงินเท่าไหร่ถ้าผู้ป่วยหรือญาติไม่ทักท้วงตรวจสอบให้ดี
เด็กชาย 2 พี่น้องกำพร้า กอดคอสู้ชีวิต รับจ้างเก็บมันพอประทัง
ร้องรอคลอดนาน จนลูกในครรภ์เสียชีวิต
นายระวี บอกอีกว่า เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ครั้งหนึ่งช่วงที่คุณแม่รักษาตัวนานกว่า 7 วัน ค่ารักษาทั้งหมด 4 แสนกว่าบาทพอดูรายละเอียดค่าเวชภัณฑ์ก็พบว่าเกินจริงประมาณ 7 พันบาท และครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 2 ที่มีค่ารักษาเกินจริงมาอีก 4 พันกว่าบาท จึงอยากเตือนให้ทุกคนที่รักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชน ขอให้ตรวจสอบค่าใช้จ่ายให้ละเอียดเมื่อออกจากโรงพยาบาล โดยหลังจากนี้ตนได้เปลี่ยนโรงพยาบาลเพื่อรักษาคุณแม่แล้วเพราะไม่ไว้วางใจและไม่เชื่อมั่นกับโรงพยาบาลแห่งเดิม ทีมข่าวพยายามติดต่อขอข้อมูลจากทางโรงพยาบาลดังกล่าว แต่โรงพยาบาลยังไม่สะดวกให้ข้อมูล