ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องหาซื้อบริการทางเพศเยาวชนหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมกับขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับเครือข่ายค้ามนุษย์ ได้ผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 5 ราย และยังสามารถดำเนินคดีกับผู้ใช้บริการทางเพศอีก 13 ราย โดยผู้ต้องหามีทั้งทหาร แพทย์ ลูกอดีตนักการเมือง อีกทั้งพบว่าข้าราชการระดับสูง ระดับรองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้โทรศัพท์เข้ามาสั่งการหัวหน้าบ้านพักเด็ก ให้เกลี้ยกล่อมเด็กผู้เสียหายให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา
ล่าสุด นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ทราบข่าวดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ซึ่งดูแลบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี รายงานข้อเท็จจริงมาโดยเร็วที่สุด เพื่อที่กระทรวง พม. จะได้พิจารณาตรวจสอบโดยละเอียด เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ชัดเจน และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
เราย้อนไปดูข้อมูลสำคัญ โดยเนื้อหาแถลงเมื่อวานนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นมีการควบคุมตัวผู้ต้องหา 10 ราย อีกทั้งมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชื่อ “นายเอ็ม” มีพฤติกรรมใช้ไม้ทุบตีเด็ก เพื่อให้เด็กให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ใช้บริการ อีกส่วนหนึ่งที่เป็นข้าราชการระดับสูงระดับรองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้โทรศัพท์เข้ามาสั่งการหัวหน้าบ้านพักเด็ก ให้เกลี้ยกล่อมเด็ก ให้การช่วยเหลืออีกทอดหนึ่ง
ส่วนผู้ขายบริการที่พบส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งเข้าข่ายการค้ามนุษย์ และพบเหยื่อบางส่วนเป็นสมาชิกแก๊ง ‘ซาเซโม’ เป็นกลุ่มรวมวัยรุ่นทั้งหญิงและชายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสมาชิกหลายสิบคน อายุต่ำสุด 12 ปี เท่านั้น ตอนนี้ทราบตัวการที่เป็นคนกลางแล้วอยู่ระหว่างดำเนินการ อย่างรอบคอบ ส่วนการคุ้มครองผู้เสียหายที่เป็นเด็ก จะมีการแยกย้ายเด็ก 6 ราย ไปอยู่ที่กรมคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนแล้วเพื่อความสะดวกในการคุ้มครองพยาน
ด้าน นายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า จากข่าวที่ปรากฏสะท้อนให้เห็นค่านิยมที่เสื่อมทรามของคนบางกลุ่มในสังคมไทย
ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ฐานะทางการเงินที่ดี มีหน้ามีตาในสังคม มียศมีตำแหน่งทั้งฝ่ายการเมือง ยังนิยมซื้อบริการหรือหาประโยชน์ทางเพศกับเด็ก เหมือนคดีที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อาทิ คดีบ้านน้ำเพียงดิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนกรณีรองอธิบดีกระทรวงการ พม. มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากขึ้นไปอีก เพราะองค์กรที่มีหน้าที่คุ้มครองเด็กไม่ได้ทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์ กลับใช้กฎหมายทำร้ายเด็กที่เป็นเหยื่อเพื่อปกป้องคนทำผิด ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงขอเรียกร้องให้ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด