จากกรณีดิไอคอนกรุ๊ป บริษัทที่ทำธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและความงาม โดยมีรูปแบบธุรกิจที่เน้นการตลาดแบบเครือข่าย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าการดำเนินธุรกิจอาจเข้าข่ายการหลอกลงทุน โดยสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการจ้างคนดังเป็นพรีเซนเตอร์และเข้ามาร่วมงานกับบริษัท ทำให้มีผู้เสียหายจากการเข้าร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดพบว่า นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กมีข้อความถึง กันต์ บอกว่า มีแฟนคลับเชื่อคำพูด นำเงินก้อนสุดท้ายไปลงทุน จนเกือบจะฆ่าตัวตาย
โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “กันต์ รู้ไหมมีแฟนคลับคุณ เชื่อคำพูด เอาเงินก้อนสุดท้ายมาลงทุน เขาคิดสั้นจะผูกคอตาย เมื่อคืนเขากินยาจะให้หลับ แต่โชคดีที่ได้ยินเสียงลูกจึงได้สติ คุณสุขสบายแต่แฟนคลับที่รักคุณ เกือบทำให้ลูกวัย 4 ขวบ ต้องสูญเสียแม่ไปคุณรู้ไหม”
ทั้งนี้ทีมข่าวพีพีทีวีได้สอบถามไปที่ นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ บอกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีประชาชนที่เป็นผู้เสียหายเขียนเรื่องร้องเรียนเข้ามาทางเพจ โดยผู้เสียหาย เล่าว่า เธอชื่นชอบคุณกันต์ กันตถาวร มานานตั้งแต่คุณกันต์ แสดงละครเรื่อง ศีล 5 หลังจากนั้นก็ติดตามมาตลอด จนกระทั่งเธอได้ลาออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูกที่บ้าน และเมื่อเดือนตุลาคม 2565 เธอมีเงินเก็บอยู่ก้อนนึง จึงคิดอยากจะลงทุนเพื่อหารายได้ช่วยครอบครัว ก็เลยตัดสินใจทำธุรกิจที่คุณกันต์ทำอยู่ เพราะเห็นว่าการโปรโมท การโฆษณามาจากดาราที่เธอชื่นชอบ ยิ่งทำให้มั่นใจ จึงนำเงินที่เก็บมาตลอดชีวิตกว่า 2 แสนบาทลงทุนทั้งหมด
แต่ปรากฏว่าลงทุนไปแล้วไม่สามารถขายสินค้าได้ จึงเกิดความเครียดสะสม และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร แต่ทางบริษัทบอกว่ามีอีกหนทางก็คือการยิงแอด เธอก็ได้ใช้เงินไปกับการยิงแอดอีกครั้ง แต่หลังยิงแอดก็ไม่ได้เกิดผลดีตามมา หลังจากนั้นยิ่งเครียดหนักขึ้น จึงคิดอยากจะผูกคอตาย แต่ตอนนั้นยังมีสติ จึงคิดว่าทำอย่างไรจะเริ่มต้นใหม่ได้ แต่สุดท้ายก็สลัดความเครียดไม่พ้น จึงคิดอยากจะกินยานอนหลับเพื่อฆ่าตัวตาย แต่ปรากฏว่ามีจังหวะลูกวัย 4 ขวบร้องหาแม่เพื่อขอกินนม ทำให้แม่ดึงสติกลับมาได้
นายกองตรี ธนกฤต เล่าต่อว่า ตอนที่เธอเจอปัญหาแรก ๆ เธอไม่กล้าคุย ไม่กล้าปรึกษาใคร แม้แต่กระทั่งสามี จนกระทั่งสามีรู้เรื่อง สามีค่อยให้กำลังใจบอกว่าให้คิดทบทวนแล้วเริ่มต้นใหม่ จึงทำให้เธอตัดสินใจเล่าเรื่องราวนี้ ซึ่งเบื้องต้นตนได้แนะนำให้ไปแจ้งความ ที่สน. หรือ สภ.ในพื้นที่ไว้ก่อน เพราะตำรวจสอบสวนกลาง ปคบ. ได้มีการอายัดทรัพย์สินไว้แล้วพอสมควร หากตรวจสอบพบว่าบริษัทมีความผิดจริงก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการขายทรัพย์สินทอดตลาดเพื่อนำเงินมาเฉลี่ยจ่ายคืนให้กับผู้เสียหายสำหรับคนที่แจ้งความไว้ เชื่อว่าจะได้ทรัพย์สินคืนในอนาคต
นายกองตรี ธนกฤต บอกอีกว่า แม้ผู้เสียหายรายนี้เบื้องต้นน่าจะหลุดพ้นจากภาวะวิกฤตอยากทำร้ายตัวเองแล้ว แต่ในส่วนของหน้าที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (15 ต.ค. 67) เวลา 9.00 น. ตนจะเดินทางไปที่ตำรวจสอบสวนกลาง ปคบ. พร้อมกับเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. กระทรวงสาธารณสุข เพื่อกล่าวโทษร้องทุกข์บอสหมอเอก กรณีแอบอ้างเป็นแพทย์ และในวันถัดไปจะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานพยาบาลที่บอสหมอเอก ดำเนินธุรกิจด้วย