เรื่องใหญ่ของประเทศไทยวันนี้หนีไม่พ้นมหากาพย์ “ดิไอคอนกรุ๊ป” (The iCON Group) ว่าสรุปแล้วนี่คือธุรกิจอะไรกันแน่ คือธุรกิจขายตรง ธุรกิจขายส่ง หรือแชร์ลูกโซ่ แล้วที่เกิดผู้เสียหาย เป็นเพราะขายไม่ออกกันเอง หรือกลไกที่ลวงให้พวกเขาเชื่อมั่นในสินค้าที่ไม่มีวันขายได้?
เรามาหาคำตอบกันในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วง Exclusive Talk ทางช่อง PPTV HD 36 วันที่ 15 ต.ค. 67 ด้วยการพูดคุยกับนักกฎหมาย นักจิตวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการตลาด
เล่นกับความเชื่อ
ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ซึ่งมีผู้เสียหายเข้ามาขอความช่วยเหลือ กล่าวว่า จากการสื่อสารของ “บอสพอล” วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด แสดงให้เห็นว่า บอสพอลเชื่อว่าตัวเขากับตัวแทนกำลังทำธุรกิจขายส่ง ไม่ใช่การระดมทุน ไม่มีเจตนาหลอกใครมาลงทุน เพราะมีทั้งสินค้า มีโกดัง เบิกเมื่อไรก็ได้ ตัวแทนจะขายให้ใครมีบริการส่งให้ด้วย สินค้าก็ฝากไว้ที่คลัง ไม่ต้องสต็อกสินค้าเอง
“พอเขาเห็นระบบที่พร้อม ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ถูกทำให้เชื่อว่า แม้ขายไม่ได้กก็ยังมีแม่ทีคอยซัปพอร์ตช่วยเหลือ เขามีจิตวิทยาในการชักจูงทำให้คนไม่มีเงินยอมไปหายืมมา เอาที่ดินไปจำนอง เอารถไปจำนำ เพื่อมาลงทุนเอากำไรคืน” ทนายเจมส์บอก
เขาเสริมว่า “เขาเชื่อ 2 อย่าง คือเชื่อในดารา ว่าจะพาเขาไปประสบความสำเร็จได้ และเชื่อในแม่ทีมว่าถ้าขายไม่ได้มีคนช่วยขาย ส่วนตัวคิดว่านี่เป็นการขายฝัน เป็นการบิลด์ว่า คนที่ตกต่ำกว่านี้ยังลุกขึ้นมาได้ ทำให้เกิดไฟในตัว ฮึกเหิมพร้อมจ่าย”
โดรนฮิซบอลเลาะห์เจาะระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลได้?
ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญวิทยาเชิงพฤติกรรมและจิตวิทยาอาชญากร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เห็นด้วยว่า ดิไอคอนใช้หลักทางจิตวิทยา
“เป็นหลักทางการตลาดรวมกับจิตวิทยา ใช้การดูถูกก่อน ถามว่าอายุเท่านี้มีอะไรแล้วบ้าง มีเงินเท่าไร เอาเราไปเทียบกับคนอื่นให้รู้สึกด้อยค่า หลักการเดียวกับแก๊งคอลเซนเตอร์ คือโทรมาว่าคุณมีชื่อเกี่ยวดับธุรกิจสีเทา กล่าวหาเราก่อน ให้เราตัวเล็ก เครียด กลัว เป็นขั้นตอนแรก จากนั้นยื่นมือช่วยเป็นทางออก เป็นสิ่งที่มิจฉาชีพทุกรูปแบบทำ” อาจารย์ตฤณห์บอก
นักอาชญวิทยาเสริมว่า เหยื่อถูกทำให้หลงเชื่อว่าธุรกิจนี้คือลู่ทาง คือแสงสุดท้ายในชีวิต ให้คนฮึดว่านี่คือจุดเปลี่ยน
นอกจากนี้ ยังมีการใช้ความรู้สึกเหยื่อเป็นเครื่องมือ เพราะอาชญากรรมจะไม่เกิดถ้าไม่มีเหยื่อที่เหมาะสม ถ้าเหยื่อไม่โลภก็ไม่เสียเงิน และคนที่โลภปกติจะยังคงมีความสามารถในการคิดแบบเป็นเหตุเป็นผลอยู่
“แต่เหยื่อมักถูกโน้มน้าวว่าต้องโอนวันนี้ บางทีมีการปิดห้อง ไม่ให้ออก ไม่อย่างนั้นจะถือว่าหมดสิทธิรับโปรโมชัน ทำให้เวลาในการคิดมีน้อย ต้องเร่งตัดสินใจ นอกจากนี้ยังเกิดจาก ‘FOMO’ (Fear of Missing Out) คือการกลัวตกขบวน กลัวพลาดโอกาสสุดท้าย เหมือนพวกโฆษณาร้อยสายแรก ถ้าช้าจะพลาด” อาจารย์ตฤณห์กล่าว
พิรุธอยู่ที่งบและรายได้
ด้าน ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจการตลาด ผู้ก่อตั้งเพจ ปป รวยกว่าย่อมดีกว่า มองว่า เวลาจะดูธุรกิจประเภทนี้ ต้องพิจารณาที่ข้อเท็จจริง นั่นคือดูที่ “งบ”
แต่ปัญหาคือ ดิไอคอนกรุ๊ปเป็นบริษัทจำกัด ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน ทำให้ไม่สามารถรู้ตัวเลขทั้งหมดได้
“เวลาพิสูจน์ว่าธุรกิจใด ๆ เป็นขายตรงหรือแชร์ลูกโซ่ อันดับแรกดูว่ามีสินค้าหรือไม่ ขายตรงปกติจะมีสินค้า แชร์ลูกโซ่จะไม่มีหรือสินค้าอาจไม่มีคุณภาพ แล้วก็ต้องดูว่า จำนวนสินค้าสอดคล้องกับรายรับหรือไม่” ดร.พงศ์ธรบอก
ตรงจุดนี้ ดร.พงศ์ธรกล่าวว่า ให้ดูที่ “อัตราหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือ” (Inventory Turnover) เนื่องจากธุรกิจนั้น ในการผลิตของขายมักไม่ทุ่มผลิตทีเดียว แต่ค่อย ๆ ผลิต เป็นรอบ ๆ ใกล้หมดจึงค่อยรีสต็อก
“ถ้าอัตราหมุนเวียนของสินค้าคงเหลืออยู่ที่ 5-10 เท่า หมายความว่า ถ้าปีหนึ่งขายได้พันล้านบาท ต้องรีสต็อก 5 ครั้ง/ปี ... แต่อัตราของดิไอคอนกลับอยู่ที่ประมาณ 470 เท่า ขนาดเซเว่นยังแต่ 10 เท่าเอง” ดร.พงศ์ธรกล่าว
เขาเสริมว่า “ถ้าลองดูปี 2563 อัตราหมุนเวียนของสินค้าคงเหลืออยู่ที่ 128 เท่า พอมาปี 2564 ขึ้นมาเป็น 400 กว่าเท่า แล้วลดลง ปีสุดท้ายยังอยู่ที่ 50 เท่า การหมุนเวียนสินค้าคงเหลือเทียบกับยอดขายแล้วไม่สม่ำเสมอ อาจส่อว่ามีรายรับทางอื่นที่ไม่ได้มาจากการขายสินค้า ... เมื่อสินค้ากับรายได้ไม่สัมพันธ์กัน ก็ต้องพิสูจน์ประเด็นนี้ให้ได้”
อย่างไรก็ตาม ทนายเจมส์กล่าวว่า เบื้องต้น ยังสรุปไม่ได้ว่า รายได้ของดิไอคอนไม่ได้มาจากการขายของ ตามที่มีการไปตรวจโกดังแล้วเจอคนแพ็กของแค่ 2-3 คน ทางบอสพอลบอกว่าพอมีข่าวคนเลยขนสินค้าออกไป
“แต่สมมติว่ามีจริงตามที่อ้างว่าเพิ่งขนไป ก็เอาหลักฐานมา ขนไปที่ไหน ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมันวางสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ต้องคุมอุณหภูมิ ความชื้น การระบายอากาศ ไม่อย่างนั้นเสียหาย” ทนายเจมส์บอก
ทนายเจมส์บอกอีกว่า “สมมติในการเปิดดีล 250,000 บาท เงินส่วนนี้ไปไหน ไปที่แม่ทีมหรือไม่ ไม่รู้เส้นทาง หรือถ้าเป็นต้นทุนสินค้า ต้องบอกว่าต้นทุนจริง ๆ เท่าไรในแต่ละชิ้น อันนี้มันไม่เห็น ... อีกย่าง ถ้าเป็นระบบขายส่งจริง ปกติจะไม่มีเพดานหรือตัวเลขว่าต้องซื้อเท่าไร มีเงินน้อยก็สั่งซื้อน้อย แต่อันนี้คุณมากำหนด 250,000 บาท มันผิดปกติวิสัย”
ธุรกิจนี้ไม่มีคำว่า “ครอบครัว”
อาจารย์ตฤณห์บอกว่า ปกติเวลาโฆษณาสินค้าต้องเห็นพรีเซนเตอร์และสินค้า แต่แบรนด์นี้เห็นแต่พรีเซนเตอร์ ไม่ค่อยเห็นสินค้า คนที่เข้าไปเปิดดีลเขาก็เห็นดาราเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ดาราบอกว่าเป็นมากกว่าพรีเซนเตอร์ เป็นบอส เป็นครอบครัวบริษัทนี้ ทำให้คนคิดว่าบริษัทนี้สินค้าดี
“มันทำให้คนเข้าใจผิด สมมติเป็นแฟนคลับดารา เขาคงไม่สนับสนุนหรอกถ้าดาราไม่ใช่เจ้าของ พอตอนนี้มาบอกว่าพูดตามสคริปต์ ก็แปลว่าหลอกกันแต่แรกแล้วสิ” นักอาชญวิทยากล่าว
ดร.พงศ์ธรเสริมว่า “มีประเด็นตรงเรื่องความเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นบริษัทที่จะเข้าสู่ตลาด มีคำว่าเข้ามาเป็นหุ้นส่วนเป็นครอบครัว เข้าใจได้ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์เราเป็นเจ้าของ รอปันผลว่าแต่ละปีได้เท่าไร แต่ดิไอคอนไม่ใช่”
ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจการตลาดบอกว่า “การเป็นหุ้นส่วนสามารถออกเมื่ไหร่ก็ได้ อันนี้คุณเป็นลูกค้า ไม่ใช่ครอบครัว ไม่มีความเป็นเจ้าของ คุณซื้อของจากบอส คุณเป็นลูกค้า ... ชวนเป็นครอบครัวให้รวยเหมือนเขาก็จริง แต่บอกไม่หมด”