ติดตามความคืบหน้าหลังรัฐบาลไทยตัดไฟ น้ำมัน และอินเทอร์เน็ต ที่ส่งไปเมียนมา โดยสถานการณ์ในตัวเมืองเมียวดี ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ยังเปิดให้บริการ แต่จำกัดการเติม ส่วนปั๊มน้ำมันขนาดเล็กปิดบริการชั่วคราว เนื่องจากคาดแคลนน้ำมัน
โดยรถจักรยานยนต์ จำกัดคันละ 5,000 จ๊าด (80.38 บาท) และรถยนต์ จำกัดคันละ 20,000 - 30,000 จ๊าด (321.51 - 482.27 บาท)
ส่วนราคาน้ำมันในฝั่งเมียวดี ปัจจุบัน น้ำมันดีเซลอยู่ที่ 3,960 จ๊าด/ลิตร หรือ คิดเป็นเงินไทย 63.66 บาท ขึ้นจากเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ราคา 58.48 บาท
ส่วนเบนซิน 95 อยู่ที่ 3,620 จ๊าด/ลิตร หรือ คิดเป็นเงินไทย 58.19 บาท จากเมื่อวันที่ 6 ก.พ. อยู่ที่ลิตรละ 56.87 บาท
ขณะที่สถานการณ์ในตัวเมืองเมียวดี สถานที่ราชการ, ตลาดบุเรงนอง และโรงพยาบาล มีการใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟ และบ้านเรือนของประชาชนบางส่วนไฟโซล่าเซลล์ในการให้แสงสว่าง สำหรับประชาชนทั่วไป ใช้ตะเกียงน้ำมันแทน
ส่วนสถานการณ์ในตัวเมืองชเวก๊กโก ตรงข้าม บ้านวังผา ตำบลแม่จะเรา อำเภอแม่ระมาด มีการใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟเป็นส่วนใหญ่ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลง 50%
ส่วนสถานการณ์ในตัวเมือง KK Park ตรงข้าม บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด มีการใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟเป็นส่วนใหญ่ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลง 40%
รายงานข่าวแจ้งว่ามีประชาชนชาวเมียวมา ทั้งในเมืองเมียวดี และที่ข้ามมาในฝั่งไทย ที่อำเภอแม่สอด แห่กักตุนน้ำมัน โดยนำแกนลอนมาใส่น้ำมัน เพื่อไปใส่เครื่องปั่นไฟฟ้าและเกรงว่าราคาน้ำมันในเมืองเมียวดี อาจจะปรับราคาขึ้นอีกต่อเนื่อง
ส่วนที่ท่าขี้เหล็ก ประชาชนขับรถไปรอเติมน้ำมันที่ปั๊มแต่ละแห่งจนหนาแน่น ซึ่งทุกปั๊มที่ยังเปิดบริการจะปิดประตูรั้วหน้าปั๊มเอาไว้ โดยจะทยอยเปิดให้เข้าไปในจำนวนที่จำกัด ทำให้ถนนหน้าปั๊มน้ำมันรถติดยาวเหยียด
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปเมืองท่าขี้เหล็ก พบว่า ได้มีรถจอดรอต่อแถวยาวข้ามไปซื้อสินค้า และเข้าเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันอำเภอแม่สาย ซึ่งพบว่าปั๊มน้ำมันหลายแห่งจำหน่ายน้ำมัน ดีเซล-เบนซิน-95 ราคาเหมือนกันทุกปั๊มราคา 29 บาทเป็นราคาเดียวกันทุกชนิด ซึ่งบางปั๊มจะไม่ติดแผ่นป้ายบอกราคาน้ำมัน แต่หากติดมีการติด ราคา 29 บาทไทยต่อลิตร
ซึ่งการเติมน้ำมันของประชาชนชาวเมียนมาในเมืองท่าขี้เหล็ก ทุกคันต้องต่อแถวรอคิว ให้ทยอยเข้ามาเติมจำกัดจำนวน และเข้าประตูได้ทางเดียว เมื่อเข้าแล้วรีบปิดประตู เนื่องจากทางการท่าขี้เหล็ก-เมียนมา ให้แต่ละปั๊มจำหน่ายน้ำมันอย่างจำกัด และไม่ให้ทางปั๊มกักตุนน้ำมันเพื่อขึ้นราคา ซึ่งยังไงก็ตามราคาน้ำมันในเมืองท่าขี้เหล็ก มีราคาต่ำกว่าไทย ซึ่งเป็นน้ำมันส่งออก
ผู้สื่อข่าวไปสำรวจ ตามราคารายย่อย ที่จำหน่ายน้ำมันเป็นขวด ปรากฎว่าเริ่มไม่มีวางขาย หากมีจะมีราคาสูง
ส่วนเรื่องไฟฟ้า ที่ทางลาวทำสัญญาจ่ายไฟฟ้าให้เมียนมา-ท่าขี้เหล็ก จำนวน 30 MW แต่ได้ขอลดกระแสไฟฟ้าเหลือเพียง 13 MW โดยระบุว่า การไฟฟ้าลาว EDL จำหน่ายไฟฟ้าให้กับท่าขี้เหล็กด้วยระบบแรงดัน 115 กิโลโวลท์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้ประชาชนที่อยู่อาศัย สถานประกอบการ สถานที่ราชการ รวมถึงหน่วยบริการสังคม โรงเรียน และโรงพยาบาล
ดังนั้น บริษัทไฟฟ้าลาว จึงได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับอำเภอท่าขี้เหล็ก ตั้งแต่ปี 2564 โดยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับบริษัทเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตจากเมียนมา และเริ่มชำระค่าไฟฟ้าในเดือนพฤษภาคม 2565 โดยในสัญญาดังกล่าว บริษัทไฟฟ้าลาว จะต้องจำหน่ายไฟฟ้าไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ ที่ระดับแรงดัน 115 กิโลโวลต์
ซึ่งที่ผ่านมาเมืองท่าขี้เหล็ก ได้ไฟฟ้าจากไทยประมาณ 15 เมกะวัตต์ และลาวประมาณ 13 เมกะวัตต์เท่านั้น แต่ในช่วง 2 วันหลังไทยตัดไฟ เมืองท่าขี้เหล็กใช้ไฟฟ้าจากลาว เพิ่มขึ้นถึง 27 เมกะวัตต์ ซึ่งทางลาวได้ขอให้ลดใช้ 13 เมกะวัตต์ ด้วยเหตุผลของลาว ได้มีความคิดเห็นสอดคล้องกับจีนและไทย ในการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์
ขณะเดียวกันในเมืองท่าขี้เหล็ก ทราบจากประชาชนว่าไฟฟ้าบางหมู่บ้านที่เคยใช้ไฟฟ้าของลาวได้ดับลง แต่ก็มีบางหมู่บ้านในเมืองท่าขี้เหล็กยังใช้ไฟได้ตามปกติ ซึ่งหลังที่ดับจะเป็นไฟฟ้าของทางลาว
ซึ่งประชาชนยังไม่ทราบว่าจะใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติหรือไม่ ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ส่องดูตามบ้านเรือนพบไฟฟ้าใช้ได้อยู่แต่มีการประหยัด ขณะที่ร้านค้าในเมืองท่าขี้เหล็ก พบปัญหาไฟฟ้า ไม่มีความไม่เสถียร ซึ่งก็เป็นกังวลอาจจะทำให้เครื่องไฟฟ้าได้รับความเสียหายได้
มีรายงานเพิ่มเติมจากเมืองท่าขี้เหล็ก ทราบว่า การใช้ไฟตามบ้านอาจจะต้องใช้ในส่วนที่จำเป็น และแหล่งสถานบันเทิง ทางเมืองท่าขี้เหล็กจะทดลองวันแรก ให้แหล่งบันเทิงยามค่ำให้ใช้ไฟฟ้าในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนที่ไม่จำเป็นไม่ให้ใช้ เพื่อไฟฟ้าจะได้เพียงพอต่อประชาชนเมืองท่าขี้เหล็กทุกครัวเรือน
ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ทางการเมียนมาได้ออกคำสั่งระงับการเดินทางข้ามแดนจากท่าขี้เหล็กไปยังอำเภอแม่สายตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 2568 นั้น ล่าสุด นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ตรวจสอบจากทางการเมียนมาแล้ว ยืนยันว่า ยังไม่มีการออกคำสั่งดังกล่าวแต่อย่างใด โดยบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ถือหนังสือเดินทางและมีวีซ่า ยังสามารถเดินทางเข้าไทยได้ปกติ
ซึ่งเมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่บริเวณด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ก็ยังมีบุคคลสัญชาติเมียนมาเดินทางเข้าประเทศไทย ทั้งด้วยบัตรผ่านแดน (border pass) และหนังสือเดินทางนับร้อยราย
กระทรวงการต่างประเทศจึงขอแจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าว และขอยืนยันว่า รายงานข่าวบางกระแสที่ระบุว่า ทางการเมียนมาสั่งระงับการเดินทางเพื่อตอบโต้มาตรการของไทยนั้น เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน