ผศ.นพ. สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ประสาทวิทยา ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทและสมอง คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โพสต์ผ่านเพจ facebook สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ ระบุว่า ซึมเศร้า สมองไม่แล่น ให้อาบน้ำเย็น เพราะ ร่างกาย สมองเราต้องการ การกระตุ้น โดยกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ซึ่งน้ำเย็นช่วยได้ โดยการอาบน้ำเย็นจัดเป็นหนึ่งในสิ่งเร้าที่ร่างกายรับรู้ได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงที่สุด อุณหภูมิที่ลดลงฉับพลันไปกระตุ้น Thermoreceptors บริเวณผิวหนัง ส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทรับความรู้สึกไปยังสมองส่วน hypothalamus
ซึ่งเป็นศูนย์กลางควบคุมอุณหภูมิและการตอบสนองต่อความเครียด เมื่อได้รับสัญญาณนี้ ระบบประสาทอัตโนมัติในสาขา ซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) จะถูกกระตุ้นขึ้นทันทีแล้วมันดียังไง
ผลที่ตามมาคือหัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นชั่วคราว และมีการหดตัวของหลอดเลือดที่ผิวหนัง เพื่อรักษาความร้อนในแกนกลางของร่างกาย ขณะเดียวกัน ร่างกายจะหลั่ง นอร์อิพิเนฟริน (norepinephrine) เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทและฮอร์โมนความเครียดที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้สมอง “ตื่น” และร่างกายพร้อมรับสถานการณ์
งานวิจัยทางประสาทวิทยาหลายชิ้นยืนยันว่า ระดับนอร์อิพิเนฟรินที่สูงขึ้น ช่วยเพิ่มความตื่นตัว การโฟกัส สมาธิ และยังมีผลต่อการยกระดับอารมณ์ในแง่บวก บางงานยังพบว่าสารตัวนี้เกี่ยวข้องกับการลดอาการซึมเศร้าและเพิ่มความรู้สึกมีแรงจูงใจ เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อสมองส่วน locus coeruleus ซึ่งทำหน้าที่เป็น “สวิตช์ความตื่นตัว” ของระบบประสาท
นอกจากนี้ การหลั่งนอร์อิพิเนฟรินจากการสัมผัสน้ำเย็นยังสัมพันธ์กับ การลดการอักเสบในร่างกาย งานทดลองที่ประเทศเนเธอร์แลนด์แสดงให้เห็นว่าการฝึกสัมผัสความเย็นร่วมกับการหายใจเฉพาะรูปแบบสามารถเพิ่มการสร้างนอร์อิพิเนฟรินและทำให้ร่างกายตอบสนองต่อสารกระตุ้นการอักเสบได้ดีกว่ากลุ่มควบคุม กลุ่มคนที่เป็นโรค immune ไม่ดี การอาบน้ำเย็นทุกวัน อาจลดการกำเริบโรคได้
อาจารย์สุรัตน์ ยังระบุต่อว่า การอาบน้ำเย็นไม่ได้เพียงทำให้ “ตื่น” แบบชั่วขณะ แต่ยังไปกระตุ้นระบบประสาทที่เชื่อมโยงกับทั้งความคิด สมาธิ อารมณ์ และภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่งั้นแช่น้ำแข็งเลยดีไหม เห็นคนนิยม ice bathing คือ การแช่น้ำแข็ง สำหรับคนร่างกายปกติ อาจไม่เป็นไร แต่หากมีโรคแฝง เช่น โรคหัวใจ ความดันที่คุมไม่ได้ นี่ต้องระวังนะครับ เพราะร่างกายจะถูกกระตุ้นเกินไป เสี่ยงได้