นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้า ในการดำเนินการแก้ไขเหตุถนนสามเสนทรุดตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ว่า ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงช่วงเช้าวันนี้ ได้เทคอนกรีตรวมแล้วกว่า 1,105 คิว เพื่อปิดช่องว่างใต้พื้นถนนและอุโมงค์ โดยล่าสุดเทคอนกรีตเสร็จสิ้นไปอีกกว่า 120 คิวในช่วงสายวันนี้ ทำให้สถานการณ์เริ่มนิ่งและคาดว่าจะหยุดเทคอนกรีตในระยะสั้นได้
นายชัชชาติ กล่าวว่า ขั้นตอนถัดไป ทีมวิศวกรจะเริ่มเสริมความแข็งแรงบริเวณใต้สถานีตำรวจสามเสน ด้วยวิธี พ่นช็อตครีต (Shotcrete) เพื่อยึดดินให้มั่นคง ก่อนทยอยดันทรายผสมซีเมนต์ (Backfill) เข้าไปบดอัดเป็นชั้น ๆ และปิดด้วยชั้นหินกรุ๊ป ก่อนปูพื้นถนนใหม่ กำหนดการคืนผิวจราจรยังยืนยันวันที่ 8 ตุลาคม 2568 แต่ต้องพิจารณาร่วมกับการซ่อมแซมท่อประปาขนาด 1.20 เมตร ท่อระบายน้ำ และระบบสื่อสาร ว่าจะเชื่อมต่อให้เสร็จก่อนปิดพื้นถนนหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องรื้อเปิดซ้ำ
ส่วนติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ป้องกันฝนซ้ำเติม นายชัชชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าขนาดใหญ่เรียบร้อยแล้ว สามารถสูบได้ 0.25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรับมือปริมาณฝนที่อาจตกหนักตามพยากรณ์อากาศ แม้เมื่อคืนจะมีฝนตกเพียง 7 มิลลิเมตร ไม่ถึงขั้นต้องสูบน้ำ แต่ได้เตรียมพร้อมเครื่องสูบไว้เพียงพอ และมีแผนระบายน้ำทันทีหากเกิดฝนตกต่อเนื่อง เพื่อป้องกันดินสไลด์หรือหลุมยุบซ้ำ
กรณีการฟื้นฟูพื้นที่และความปลอดภัยอาคาร นายชัชชาติ กล่าวว่า กระบวนการสร้างความแข็งแรงใต้ฐานราก (Underpinning) จะทำคู่ขนานไปกับการซ่อมแซมใต้ถุน สน.สามเสน เพื่อให้โครงสร้างกลับมามั่นคงที่สุด ก่อนให้ประชาชนกลับเข้าพื้นที่ พร้อมเร่งเชื่อมสัญญาณกล้อง CCTV จากสถานีตำรวจไปยังจุดอื่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามเหตุฉุกเฉินและคดีจราจรได้ตามปกติ
ส่วนยานพาหนะที่จอดอยู่ใต้ถุน สน.สามเสน ขณะนี้ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้จนกว่าพื้นที่ด้านล่างจะเสถียรเพียงพอ แต่เมื่อเสริมดินและพ่นช็อตครีตแล้วมีความมั่นคงมากขึ้น จะทยอยขนย้ายออกโดยเร็ว
สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นายชัชชาติ ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่แน่ชัดในการกลับเข้าพื้นที่ได้ ต้องรอประเมินความมั่นคงของอาคารและพื้นดินก่อน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดูแลเรื่องอาหารและที่พักในศูนย์พักพิงชั่วคราวอย่างเต็มที่ พร้อมจะส่งเจ้าหน้าที่อธิบายข้อมูลให้ชัดเจนเพื่อลดความกังวลของประชาชน
นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังกล่าวถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมปฏิบัติงานมีความกระตือรือร้นมากขึ้น พร้อมย้ำให้กรุงเทพมหานครใช้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียน และตรวจสอบทุกสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้และสายสีส้มตะวันตก เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำในอนาคต