ม.รังสิต ลั่น ปชช.ต้องเลือกยี่ห้อวัคซีนได้ หลังไม่ได้รับ “แอสตร้าเซเนก้า”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ก่อนหน้านี้ ม.รังสิต โพสต์ภาพวัคซีนซิโนแวก 10,000 โดส ในเฟซบุ๊กของมหาวิทยาลัย ประกาศความพร้อมเตรียมฉีดให้กับบุคลากรทั้งอาจารย์ พนักงาน นักศึกษา รวมถึงประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ โดยจะเริ่ม 1 มิ.ย. นี้ ส่วนวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า ที่ก่อนหน้านี้มีการลงทะเบียนไปแต่ยังไม่ได้รับวัคซีน ทางมหาวิทยาลัยเตรียมพร้อมแนวทางแก้ปัญหา หากไม่ได้รับจากหน่วยงานรัฐ ตามที่ตกลงกันไว้

โดยหนึ่งในข้อมูลที่ระบุในเฟซบุ๊กของ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า หากมหาวิทยาลัย ยังไม่ได้รับวัคซีน แอสตร้าเซเนก้า ภายในวันที่ 3 มิถุนายน เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย จะไล่โทรศัพท์สอบถามผู้ที่จะฉีดวัคซีน ว่าหากเป็นวัคซีนซิโนแวกจะเข้ารับการฉีดหรือไม่ และ หากใครจะรอแอสตร้าเซเนก้า ทางเจ้าหน้าที่จะลงคิวไว้ให้ ข้อมูลนี้ทำให้มีเสียงชื่นชม ว่ามหาวิทยาลัยเตรียมความพร้อมไว้อย่างดี และ เปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับวัคซีนได้เลือกยี่ห้อวัคซีนเท่าที่มีอยู่


 

ทีมข่าวได้พูดคุยเพิ่มเติมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นเรฏฐ์ พันธราธร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ตอนแรกได้รับแจ้งจากกระทรวงสาธารณสุขว่าจะได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 80% ซิโนแวก 20% ในโควต้าทั้งหมด 50,000 โดส แต่ตอนนี้มหาวิทยาลัยรังสิตได้รับ คือ ซิโนแวก 10,000 โดส ส่วนแอสตร้าเซเนก้า ยังไม่ได้รับคำตอบว่าจะได้รับเมื่อใด มหาวิทยาลัยในฐานะเป็นตัวแทนในการบริหารงานในพื้นที่ ต้องเตรียมความพร้อมเท่าที่ทำได้ให้ดีที่สุด โดยยืนยันว่าประชาชนควรได้รับการฉีดวัคซีนยี่ห้อที่ต้องการ 

 

ขณะเดียวกัน ในเฟซบุ๊กของมหาวิทยาลัย มีการโพสต์ภาพ วัคซีนซิโนแวกที่ส่งมาถึงแล้ว ทำให้มีการตั้งคำถามเรื่องการจัดเรียงวัคซีน ว่า แน่นเกินไปหรือไม่ เพราะ ตามหลักการแล้วการจัดเรียงวัคซีนในตู้แช่ จะต้องทำให้ความเย็นสามารถไหลผ่านวัคซีนทุกกล่อง เพื่อให้วัคซีนทุกขวดอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม

โดย น.ส. นลินี ประดับญาติ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ตู้แช่นี้แตกต่างจากตู้เย็นทั่วไป ที่ใช้ระบบหมุน-วนความร้อนจากด้านนอก แต่เป็นตู้แช่ยาทางเภสัชกรรม ที่มีพัดลมกระจายความเย็นทั่วทั้งตู้ และ มีระบบสัญญาณเตือนเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง รวมถึง แต่ละวันจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบวันละ 4 รอบ  มั่นใจว่า การจัดเก็บมีประสิทธิภาพ

 

ขณะที่ นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบายว่า วัคซีน ต้องเก็บในอยู่ในระบบ “ลูกโซ่ความเย็น” ทั้ง ซิโนแวก และแอสตร้าเซเนก้า ต้องจัดเก็บในอุณหภูมิ 2 – 8 องศาเซลเซียล เพื่อคงคุณภาพ และประสิทธิภาพของวัคซีน ดังนั้น การจัดเรียงวัคซีน ควรใส่ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ความเย็นไหลผ่านได้

“โดยปกติมีมาตรฐานกำหนดอยู่แล้ว เพราะจริงกล่องของวัคซีน ที่เขาส่งให้เรามา เขาก็จะคำนึงถึงเรื่องพวกนี้อยู่แล้วนะครับ  เพราะฉะนั้นถ้าเราใส่ในปริมาณพอสมควร ซึ่งในตู้เย็นในแต่ละชนิดก็อาจจะแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นไม่ได้เอาไปใส่จนกระทั่ง  โอ้โหมัน หรือแกะกล่องเอามายัด อันนี้ก็ไม่สมควรทำอยู่แล้ว ถ้าใส่มาเป็นกล่องๆตามแพคเกจจิ้งที่เขาให้มา แล้วก็วางในระดับที่มันพอเหมาะนะครับ ไม่ใช่ยัดจนเต็มตู้ไม่มีช่องว่างเลย โดย Common sense ก็บอกได้ว่า มันมีปัญหา” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

ด้าน ตัวแทนบริษัท ผู้ผลิตตู้แช่วัคซีน เปิดเผยว่า ตัวเลขที่ระบุหน้าตู้เย็น ว่า อุณหภูมิเท่าไหร่ ตามปกติไม่ใช่ตัวเลขอุณหภูมิเฉลี่ย แต่เป็นตัวเลข จุดที่ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิไว้ ดังนั้น ควรเว้นพื้นที่ให้ความเห็นไหลผ่านไปถึงวัคซีนทุกกล่องได้ เพราะ หากความเย็นเข้าไปไม่ถึง อาจทำให้คุณภาพวัคซีนด้อยลง

ตัวแทนบริษัท ยังแนะนำว่า กระทรวงสาธารณสุข ควรกำหนดค่าความหนาแน่นของการแช่วัคซีนในตู้แช่ขนาดต่าง ๆ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และทำให้วัคซีนมีประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงสุด

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ