นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ที่เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวี พร้อมอธิบายเหตุผลว่า ส่วนตัวมองว่าหากองค์การเภสัชกรรม และ คณะกรรมการอาหารและยา เป็นผู้ตรวจสอบเพียงฝ่ายเดียว คงไม่สามารถลบข้อกังขาได้ แม้ผลตรวจจะออกมาว่ามีประสิทธิภาพจริง เพราะทั้ง 2 องค์กร อยู่ในวงขัดแย้ง จึงควรให้โรงพยาบาลรัฐ ที่มีมาตรฐาน และไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง เป็นผู้ทดสอบควบคู่ไปกับการทำ RT-PCR
โดยจัดหาชุดตรวจ เล่อปู๋ ให้โรงพยาบาลละ 200 ชุด จำนวน 5 โรงพยาบาล ทั้งหมด 1,000 ชุด หากผลทดลองผ่านมาตรฐานเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถสั่งซื้อตามขั้นตอนได้ แต่หากคุณภาพไม่ผ่านเกณฑ์ก็ควรยกเลิกการประมูล โดยที่บริษัทที่ชนะการประมูลไม่สามารถฟ้องร้องได้ ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น และเชื่อว่าจะเป็นทางออกที่ดี ให้กับหน่วยงานที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้ ทั้ง สปสช. องค์การเภสัชฯ อย. ชมรมแพทยชนบท แบบ “บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น” เพราะทั้งหมดมีจุดประสงค์เดียวกัน คือ อยากให้ประชาชนใช้ของดี มีคุณภาพ ซึ่งวิธีการนี้ คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน จะทราบผล
แต่หากองค์การเภสัชฯ ไม่ทำตามข้อเสนอดังกล่าว และเดินหน้าจัดซื้อชุดตรวจโควิด เล่อปู๋ ต่อไป นพ.ระวี เชื่อว่าชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศจะมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่นำมาแจกให้ประชาชน หากพบว่าคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เกิดความเสียหายกับประชาชน องค์กรเภสัชฯ และ อย. ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ