เปิดผลคัดกรอง OV-ATK นิสิต มรภ.มหาสารคาม พบผลบวก 451 ราย ยืนยันติดพยาธิใบไม้ตับ 4 ราย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมควบคุมโรคเผยผลคัดกรอง OV-ATK นิสิต ม.ราชภัฏมหาสารคาม พบผลบวก 451 ราย จาก 2,200 ราย ยืนยันติดพยาธิใบไม้ตับ 4 ราย เตือนกินปลาน้ำจืดปรุงสุก ลดเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี

นายแพทย์วิชาญ บุญกิติกร ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในกลุ่มนิสิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยระบุว่า จากการใช้ชุดตรวจปัสสาวะ (OV-ATK) คัดกรองนิสิตจำนวน 2,200 ราย พบผลบวก 451 ราย ทางกองระบาดวิทยาจึงได้ร่วมมือกับกองโรคติดต่อทั่วไป และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างอุจจาระเพื่อตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ

 

เปิดผลคัดกรอง OV-ATK นิสิต มรภ.มหาสารคาม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
เปิดผลคัดกรอง OV-ATK นิสิต มรภ.มหาสารคาม

ซึ่งได้รับตัวอย่างมาทั้งสิ้น 309 ราย และจากการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Modified Kato Katz และ FECT พบผลยืนยันติดพยาธิใบไม้ตับจำนวน 4 ราย

นอกจากนี้ยังตรวจพบพยาธิชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่ พยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็ก 4 ราย, พยาธิตัวตืด 5 ราย, พยาธิเส้นด้าย 2 ราย และพยาธิแส้ม้า 1 ราย ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคมีแนวทางปฏิบัติและมาตรฐานการจ่ายยาถ่ายพยาธิอย่างชัดเจน โดยจะให้ผู้ป่วยรับประทานยาต่อเมื่อตรวจอุจจาระแล้วพบผลเป็นบวกเท่านั้น พร้อมกันนี้จะเร่งร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อสรุปแนวทางการใช้ชุดทดสอบทางปัสสาวะในทางเทคนิคต่อไป เพื่อให้การเฝ้าระวังโรคเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับสถานการณ์โรคพยาธิใบไม้ตับของประเทศไทยในภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการติดเชื้อจากการตรวจอุจจาระในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ในพื้นที่เสี่ยงสูงลดลงจากร้อยละ 16.27 ในปี พ.ศ. 2559 มาอยู่ที่ ร้อยละ 2.53 ในปี พ.ศ. 2568 อย่างไรก็ตาม พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และภาคเหนือตอนบน ยังคงเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2568 กรมควบคุมโรคได้ยกระดับการคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงสูง โดยสามารถตรวจอุจจาระคัดกรองประชาชนไปได้ถึง 240,220 ราย (คิดเป็นร้อยละ 160.14 ของเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 150,000 ราย) และได้นำผู้ที่ตรวจพบเชื้อจำนวน 6,074 ราย เข้าสู่กระบวนการรักษาเรียบร้อยแล้ว

โรคพยาธิใบไม้ตับจัดเป็น "ภัยเงียบ" ที่แฝงตัวอยู่ในร่างกายได้ยาวนานถึง 20 - 30 ปี โดยในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ ตัวอ่อนของพยาธิจะอาศัยอยู่บริเวณเนื้อ ใต้เกล็ด และครีบของปลาน้ำจืดเกล็ดขาว เมื่อประชาชนบริโภคปลาชนิดดังกล่าวที่ปรุงไม่สุก ตัวอ่อนพยาธิจะเข้าไปเจริญเติบโตและอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการพัฒนาไปเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี สูงกว่าผู้ที่ไม่ติดเชื้อถึง 5.5 - 6.4 เท่า ซึ่งโรคนี้มีอัตราความรุนแรงและสูญเสียชีวิตสูง

โรคพยาธิใบไม้ตับสามารถป้องกันได้

  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุก โดยเฉพาะปลาน้ำจืดทุกชนิด
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ รวมถึงเมนูพื้นบ้านที่ใช้ปลาดิบเป็นส่วนประกอบ
  • เลือกบริโภคปลาร้าที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและปรุงสุกก่อนรับประทาน
  • ผู้ที่มีประวัติรับประทานปลาดิบเป็นประจำ หรืออาศัยในพื้นที่เสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
  • หากตรวจพบยืนยันการติดพยาธิ ควรรับการรักษาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการกลับไปมีพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำ

นอกจากนี้ ปัจจุบันยังคงมีความเชื่อที่คลาดเคลื่อนว่า การบีบมะนาว การใส่พริก การหมักดอง หรือการรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถทำลายพยาธิได้ แต่ในความเป็นจริง วิธีดังกล่าวไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้ วิธีการเดียวที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ คือ การปรุงอาหารให้สุกผ่านความร้อนเท่านั้น ควบคู่กับการแยกใช้อุปกรณ์เขียงและมีดสำหรับอาหารดิบและอาหารสุกอย่างชัดเจน รวมถึงการขับถ่ายในสุขาที่ถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไข่พยาธิลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ